เปิดใจเจน 2 "สุวรรณ กรุ๊ป" จากรับจ้างผลิดสู่ปั้นแบรนด์
หากเอ่ยถึงเครือสุวรรณ กรุ๊ป หลายคนคงนึกถึงธุรกิจสิ่งทอ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
หากเอ่ยถึงเครือสุวรรณ กรุ๊ป หลายคนคงนึกถึงธุรกิจสิ่งทอ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เจเนอเรชันที่ 2 เริ่มแตกธุรกิจออกมามากมาย และ 1 ใน 4 ทายาท นั่นคือ “พงศกร พงษ์ศักดิ์” ผู้ก่อตั้งบริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอเรจ กระทั่งสร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะผู้รับจ้างผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่
จากการสั่งสมประสบการณ์รับจ้างผลิตเครื่องดื่มชั้นนำมาถึง 11 ปี ณ วันนี้ พงศกรพร้อมจะแตกธุรกิจปั้นเครื่องดื่มของตัวเองบุกตลาด
พงศกร พงษ์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดริ๊งค์โคโลจีสต์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มอีฟ ฟรุตตามิน เปิดเผยว่า จากการคลุกคลีอยู่กับบริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอเรจ โรงงานรับจ้างผลิตเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์มานานหลายปี ในฐานะที่เป็นเจเนอเรชันที่ 2 และเป็นลูกคนสุดท้องหรือคนที่ 4 ของตระกูลแห่งเครือสุวรรณ กรุ๊ป เจ้าของธุรกิจสิ่งทอ
สิ่งที่อยากทำในขณะนี้และเป็นภารกิจที่ท้าทาย คือ การสร้างอาณาจักรต่อยอดจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตเครื่องดื่ม มาสู่การปลุกปั้นแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาในตลาดเครื่องดื่ม
“สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมสนใจเข้ามาทำธุรกิจเครื่องดื่มอย่างเต็มตัว ด้วยการก่อตั้งบริษัท ดริ๊งค์โคโลจีสต์ เมื่อปี 2552 เพราะเป็นความฝันมาตั้งแต่เด็กที่จะผลิตเครื่องดื่มของตัวเองขึ้นมา” พงศกร กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงที่มีโอกาสได้ไปศึกษาอยู่ที่อเมริกา ในด้านบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน ทำให้สั่งสมประสบการณ์เครื่องดื่มที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และจากการลิ้มลองสินค้านานาชนิด จึงเล็งเห็นช่องว่างการตลาดเครื่องดื่มในไทยยังมีอีกมาก โดยเฉพาะเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ยังไม่มีสินค้าในตลาดตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน การทำตลาดของดริ๊งค์โคโลจีสต์ จะมุ่งสู่กลยุทธ์บลูโอเชียนหรือการหาช่องว่างในตลาดใหม่ และเน้นการสร้างความแตกต่างกับเครื่องดื่มที่มีอยู่ในตลาด โดยล่าสุดได้ทุ่มงบ 100 ล้านบาท เปิดตัวเครื่องดื่มอีฟ ฟรุตตามิน วางตำแหน่งเป็นน้ำผลไม้ 15% ที่ผสมฟรุตตามินเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ในตลาด รวมทั้งวางแผนขยายตลาดไปสู่น้ำผลไม้ระดับกลางและบนเพื่อให้ครบทุกระดับตลาดภายใน 2 ปีนับจากนี้
“อีฟ ฟรุตตามิน ถือว่าเป็นแบรนด์แรกของบริษัท ผมใช้เวลาพัฒนามากว่า 1 ปี ขณะนี้กำลังพัฒนาและวิจัยเครื่องดื่มอื่นๆ อีก เพราะผมวางเป้าหมายดริ๊งค์โคโลจีสต์จะเป็นอาณาจักรเครื่องดื่ม ทั้งการบุกตลาดในประเทศและเปิดตลาดต่างประเทศ ภายใต้ฐานกำลังการผลิตจากโรงงานเจนเนอรัล เบฟเวอเรจ ซึ่งปัจจุบันมีกำลังผลิต 4 หมื่นขวดต่อชั่วโมง” พงศกร กล่าว
พงศกร กล่าวว่า ในช่วงแรก อีฟ ฟรุตตามิน มีกำลังการผลิต 3.5 ล้านขวดต่อเดือน และปลายปีนี้จะเปิดตลาดอาเซียนผ่านตัวแทนจำหน่ายแต่ละประเทศ เนื่องจากตลาดน้ำผลไม้มีมูลค่าถึง 4 แสนล้านบาท ซึ่ง อีฟ ฟรุตตามิน ขอส่วนแบ่ง 5% ในช่วง 5 ปีนี้ ส่วนตลาดภายในประเทศตั้งเป้ายอดขาย 200300 ล้านบาท ในช่วง 4 เดือนนี้ และปีหน้ามีรายได้ 1,000 ล้านบาท
นอกจากต้องการทำธุรกิจเครื่องดื่มที่ชื่นชอบแล้ว พงศกรยังรับหน้าที่ดูแลกิจการสนามสุวรรณกอล์ฟ โดยนั่งแท่นตำแหน่งผู้อำนวยการบริหาร ในอีก 23 ปีข้างหน้านี้วางแผนจะปรับปรุงสนามกอล์ฟ ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำสองธุรกิจนี้เท่ากัน เพียงแต่ดริ๊งค์โคโลจีสต์ต้องลงแรงสร้างเพื่อให้เกิด เพราะถือว่าเป็นธุรกิจใหม่
ขณะที่พี่อีก 3 คน จะแบ่งหน้าที่ดูแลกิจการศูนย์การค้าเดอะเซอร์เคิลในย่านราชพฤกษ์ อพาร์ตเมนต์เซอร์วิสที่เพลินจิต และออฟฟิศบิลดิงที่สาทร รวมทั้งสุวรรณ กรุ๊ป ที่เปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ของตระกูล เพราะเป็นธุรกิจที่ครอบครัวทำมาตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งนับแต่เกิดมาก็คลุกคลีกับการค้าการขายแล้ว
ทุกวันนี้เข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัว พร้อมทั้งมีคุณพ่อ “กิตติ พงษ์ศักดิ์” ให้แนวทางทำงาน โดยเน้นย้ำเสมอว่าวาสนาไม่มีอยู่จริง ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา ขณะนี้ความฝันในวัยเด็กเป็นจริงแล้ว ที่ต้องการสร้างเครื่องดื่มของตัวเอง คงเหลือเพียงการปั้นแบรนด์ อีฟ ฟรุตตามิน ให้แจ้งเกิด
นับว่าเป็นการสลัดคราบการรับจ้างผลิตของเจนเนอรัล เบฟเวอเรจ สู่ผู้ปั้นแบรนด์เครื่องดื่มอย่างเต็มตัว


