
มาแล้ว!ไอโฟน5เอส - 5ซี
แอปเปิลเปิดตัว ไอโฟน 5เอส และ 5ซี ตามคาดหมาย วางขายพร้อมกัน 20 ก.ย. นี้
แอปเปิลเปิดตัว ไอโฟน 5เอส และ 5ซี ตามคาดหมาย วางขายพร้อมกัน 20 ก.ย. นี้
เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ ไอโฟน 5 เอส และ ไอโฟน 5 ซี เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 กันยายน เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่สำนักงานใหญ่ของแอปเปิล คูเปอร์ติโน เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
โดยไอโฟน 5 ซี รุ่นราคาถูก ขนาดจอ 4 นิ้ว เหมือนไอโฟน 5 ตัวเครื่องใช้วัสดุเป็นพลาสติกโพลีคาร์บอเนตเคลือบหนาทั้งชิ้น ไร้รอยต่อ มาพร้อม 5 สีสันสดใส ได้แก่ สีขาว สีเขียว สีฟ้า สีชมพู และสีเหลือง มาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมเคสยางซิลิโคนหลากหลายสีที่ให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อมาแต่งให้เข้ากับสีตัวเครื่องได้ตามสไตล์
ไอโฟน 5 ซี ใช้ชิพประมวลผล A6 พร้อมระบบปฏิบัติการ ไอโอเอส 7 มีแบตเตอร์รีใหญ่กว่าไอโฟน 5 ทำให้ใช้งานได้นานขึ้น กล้องหลัง iSight ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มีชิ้นเลนส์ 5 ชิ้นและมี IR ฟิลเตอร์ เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้านี้ มีกล้องเฟซไทม์ด้านหน้าที่ให้ความละเอียดระดับ เอชดี มีการใช้พิกเซลใหญ่ขึ้นเพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพมากกว่าเดิม สามารถใช้งานในที่แสงน้อยได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ระบบเสียงยังพัฒนาขึ้น และรองรับเครือข่าย LTE มากกว่าสมาร์ทโฟนใดในโลก และรองรับการเชื่อมต่อไวไฟ Dual Band และ Bluetooth 4.0 LE ขนาดตัวเครื่องหนา 8.97 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 132 กรัม
ราคาแบบไม่ติดสัญญาสำหรับเครื่องหน่วยความจำ 16GB อยู่ที่ 549 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17,600 บาท) ส่วนเครื่อง 32GB อยู่ที่ 649 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 20,800 บาท) เปิดให้สั่งจองได้ในวันที่ 13 ก.ย. ผ่านแอปเปิล สโตร์ ออนไลน์ และจะเริ่มวางจำหน่ายอีก 9 ประเทศในวันที่ 20 กันยายน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, แคนาดา, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, และสหราชอาณาจักร และอีก 100 ประเทศในเดือนธันวาคมนี้
ต่อมาถึงไฮไลต์ของงาน คือการเปิดตัวไอโฟน 5 เอส ที่มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องเหมือนกับ ไอโฟน 5 ขนาดจอ 4 นิ้ว แบบเรตินาดิสเพลย์ มี 3 สีให้เลือกคือ ดำ, เงิน และทอง โดยสเปกจะมีการเพิ่ม LED Flash เป็น 2 ตัว ใช้ชิปประมวลผล A7 64 บิตซึ่งถือว่าเป็นซีพียู 64 บิตตัวแรกที่ใช้บนสมาร์ทโฟน
ส่วนความเร็วจะเร็วกว่าไอโฟน 5 ถึง 2 เท่าพร้อมรองรับชุดคำสั่งกราฟิกใหม่ OpenGL ES 3.0 โดยเกมที่รองรับเกมแรกจะเป็น Infinity Blade 3
ยังมีชิพประมวลผลการเคลื่อนไหว 'M7' ช่วยประมวลผลอัตราความเร็ว, ระบบไจโรสโคป และข้อมูลเข็มทิศ ทำให้ตอบสนองการแสดงข้อมูลของแอพพลิเคชันสำหรับออกกำลังกายและสุขภาพก้าวสู่ยุคใหม่ได้ เช่น ไนกี้ พลัส มูฟ เป็นต้น
สำหรับแบตเตอรีจะสามารถใช้งาน 3G ได้ยาวนาน 8 ชั่วโมง LTE 10 ชั่วโมง และ Standby เครื่องได้นาน 250 ชั่วโมง
ส่วนของกล้องถ่ายภาพ 8 ล้านพิกเซล ที่มีชิ้นส่วนเลนส์ 5 ชิ้น ความกว้างรูรับแสง f2.2 เซ็นเซอร์รับภาพใหญ่ขึ้น 15% มีขนาดพิกเซล 1.5u จับแสงได้มากขึ้น แอพพลิเคชันกล้องตั้งค่าสมดุลสีขาวอัตโนมัติ และเปิดช่องรับแสงก่อนที่ผู้ใช้จะถ่ายภาพ และเมื่อผู้ใช้ถ่ายภาพ กล้องจะถ่ายภาพแบบมัลติ และเลือกภาพที่คมชัดที่สุดออกมา นอกจากนี้ยังมีระบบแสงแฟลชใหม่เรียกว่า 'TrueTone' ที่มีทั้งแฟลชโทรสีร้อนและเย็น ช่วยลดการเพี้ยนของสีในภาพ โหมดถ่ายภาพแบบ 'Burst mode' ถ่ายภาพ 10 เฟรมต่อวินาที (fps) ตราบเท่าที่นิ้วของผู้ใช้ยังชี้ที่ชัตเตอร์ และระบบถ่ายภาพแบบสโลโมชั่น 120 เฟรมต่อวินาทีด้วย
มาถึงฟีเจอร์เด่นกับการเปลี่ยนปุ่มโฮมให้สามารถสแกนลายนิ้วมือได้กับ Touch ID ที่สามารถนำระบบดังกล่าวไปใช้ในการปลดล็อคหน้าจอ ใช้สแกนลายนิ้วมือแทนการใส่ Apple ID Password และคาดว่าจะมีแอปฯ อื่นๆ รองรับอีกมากในอนาคต
ไอโฟน 5เอส จะวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, สหราชอาณาจักร และจีน ในวันที่ 20 ก.ย. พร้อมไอโฟน 5ซี มีหน่วยความจำให้เลือก 3 ขนาด คือ 16, 32 และ 64GB สนนราคาแบบไม่ติดสัญญาที่ 649, 749 และ 849 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ (ราว 20,800, 24,000 และ 27,300 บาทตามลำดับ)
ทั้งนี้ แอปเปิลได้ถอดเครื่องไอโฟน 5 ออกจากเว็บไซต์แอปเปิลสโตร์แล้ว โดยมีตัวเลือก คือไอโฟน 4 เอส ที่ปรับลดราคาลงเหลือ 14,900 บาท มีให้เลือกรุ่นเดียวคือ 8GB ใครที่สนใจสามารถซื้อได้ผ่านทาง แอปเปิล สโตร์ ออนไลน์ ประเทศไทย สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS 7 เวอร์ชั่นเต็ม จะปล่อยให้อัพเดทวันที่ 18 กันยายนนี้







