
ชาติเอเปกจับมือหนุนSME
แลกเปลี่ยนข้อมูลในกลุ่ม21ชาติสมาชิกเสริมแกร่งรายย่อยแข่งขันเวทีโลก
แลกเปลี่ยนข้อมูลในกลุ่ม21ชาติสมาชิกเสริมแกร่งรายย่อยแข่งขันเวทีโลก
เอเปกหนุนสมาชิก 21 ชาติ แชร์ข้อมูลธุรกิจตั้งสถาบันธุรกรรมการเงินร่วม เสริมแกร่งผงาดเวทีโลก
บรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกี่ยวข้องกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จากทั้ง 21 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ออกแถลงการณ์ร่วมตอกย้ำถึงความสำคัญของเอสเอ็มอี ในฐานะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศและภูมิภาค โดยเสนอแนะว่า แต่ละชาติสมาชิกควรร่วมมือกันร่างแผนปฏิบัติการเชิงรุกโดยอ้างอิงจากประสบการณ์ของแต่ละประเทศ เพื่อส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
ที่ประชุมตั้งเป้าว่า แผนการดังกล่าวจะช่วยพัฒนาขีดความสามารถของธุรกิจขนาดเล็กในแต่ละประเทศ ตลอดจนส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ และเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเปกอย่างยั่งยืนต่อไป
“ประสบการณ์ของแต่ละประเทศมีประโยชน์มากต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และในระดับประชาคมโลกภายในปี 2563” ซิยารีฟ ฮาซาน รัฐมนตรีกระทรวงความร่วมมือและเอสเอ็มอีของอินโดนีเซีย ระบุ ในระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอีครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองนูซาดูอา บาหลีของอินโดนีเซีย
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องให้มีการจัดตั้งสถาบันให้บริการธุรกรรมระหว่างประเทศในกลุ่มประเทศสมาชิกเอเปก เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดเล็กในภูมิภาคสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนสร้างเครือข่ายในภูมิภาคเพื่อกระตุ้นการส่งออกระหว่างกันอีกด้วย
ทั้งนี้ ในปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอีมีสัดส่วนสูงถึง 90% ของธุรกิจทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสามารถสร้างงานในระบบได้ถึง 60% ทว่ามีส่วนผลักดันภาคส่งออกของภูมิภาคเพียง 30% เท่านั้น
ในประเด็นดังกล่าว ไอ วายัน ดิปตา รองรัฐมนตรีกระทรวงความร่วมมือและเอสเอ็มอีของอินโดนีเซีย เสนอว่า แต่ละประเทศสมาชิกควรจัดตั้ง “คลังข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจ” เพื่อเปิดทางให้กลุ่มที่สนใจในการลงทุนและดำเนินธุรกิจในกลุ่มชาติสมาชิก สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ภาคส่งออกระหว่างภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ดีขึ้น







