
Yield Curve ปรับขึ้น
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (26 ก.ย. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 318,625 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 63,725 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 12% เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งเส้น ในช่วงประมาณ +1 ถึง +9 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ตามความกังวลเกี่ยวกับการลดขนาดของมาตรการคิวอี (QE) ที่ยังมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบในทวีปตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง ภายหลังสหรัฐยังต้องรอผลการลงมติของสภาคองเกรสต่อข้อเสนอของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่จะใช้กำลังทางทหารเข้าตอบโต้รัฐบาลซีเรีย ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจเกิดขึ้นได้ยากในช่วงเวลานี้
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (26 ก.ย. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 318,625 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 63,725 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 12% เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งเส้น ในช่วงประมาณ +1 ถึง +9 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ตามความกังวลเกี่ยวกับการลดขนาดของมาตรการคิวอี (QE) ที่ยังมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบในทวีปตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง ภายหลังสหรัฐยังต้องรอผลการลงมติของสภาคองเกรสต่อข้อเสนอของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่จะใช้กำลังทางทหารเข้าตอบโต้รัฐบาลซีเรีย ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจเกิดขึ้นได้ยากในช่วงเวลานี้
จากผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่น Benchmark อายุ 10 ปี ในช่วงกลางสัปดาห์ ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนค่อนข้างน้อย โดยจำหน่ายได้เพียง 8,730 ล้านบาท จากวงเงินของการประมูลทั้งสิ้น 1.25 หมื่นล้านบาท ทำให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น (ราคาพันธบัตรลดลง) ทั้งนี้สถานการณ์การไหลออกของเม็ดเงินต่างชาติจากตลาดตราสารหนี้ไทยเริ่มมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น โดยนักลงทุนยังคงรอความชัดเจนของมาตรการคิวอีในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1718 ก.ย.นี้
ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอด ซื้อสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน 5,211 ล้านบาท โดยซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 1,642 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 3,569 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยมียอดซื้อสุทธิ 143 ล้านบาท







