
ไม่มีทางลัด มีแต้มต่อ ไม่การันตีสำเร็จ
“อิจฉาคนที่เกิดมารวย...คงมีความสุขมากซินะ” ...นี่คือ ความคิดของคนส่วนใหญ่ที่คิดว่าคนที่รวยมักมีความสุข แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย เรื่องความรวยกับความสุขมันคนละประเด็น คนจนหรือคนรวยก็มีความสุขได้ทั้งนั้น “คุณว่าคนที่ฆ่าตัวตายส่วนใหญ่ ทำไมเป็นลูกคนที่มีอันจะกินซะเป็นส่วนใหญ่... คุณเคยคิดประเด็นนี้ไหม!!”
“อิจฉาคนที่เกิดมารวย...คงมีความสุขมากซินะ” ...นี่คือ ความคิดของคนส่วนใหญ่ที่คิดว่าคนที่รวยมักมีความสุข แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย เรื่องความรวยกับความสุขมันคนละประเด็น คนจนหรือคนรวยก็มีความสุขได้ทั้งนั้น “คุณว่าคนที่ฆ่าตัวตายส่วนใหญ่ ทำไมเป็นลูกคนที่มีอันจะกินซะเป็นส่วนใหญ่... คุณเคยคิดประเด็นนี้ไหม!!”
จริงๆ เงิน มันไม่ได้ซื้อความสุข มันซื้อ Convenient คือ มันซื้อความสบาย แต่มันไม่ได้ซื้อความสุข (คิดดีๆ) ...ถ้าเข้าใจประเด็นนี้คุณจะเข้าใจเลยว่า สุดท้ายทุกคนต้องสร้างชีวิตและความสุขความสำเร็จด้วยตัวเอง ...มันจึงเกิดเป็นแนวทางชีวิตในแบบของตัวเอง ...ในเส้นทางของความสำเร็จ ทุกคนเริ่มที่ศูนย์เท่ากัน เพียงแต่คนรวยอาจมีแต้มต่อที่มากกว่า ...จากนั้นการจะเดินทางยกระดับฐานะของตัวเอง ทั้งหมดอยู่ที่ “การศึกษา” ซึ่งการศึกษาที่ว่านี้ คือ การศึกษาในเรื่องของการเข้าใจชีวิตและการเงิน
ประเด็นแรกก่อน การเข้าใจในการเงิน ...การเงินนี่ผมเขียนมาหลายทีแล้ว มันกำหนดตั้งแต่การตั้งโจทย์ ...ถ้าคุณต้องการเป็นคนรวย คุณต้องตั้งโจทย์แบบคนรวย ยังไง? อย่างแรกต้องเข้าใจก่อนว่าคนเราไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน จะเป็นหมออันดับหนึ่งของประเทศ หรือจะเป็นดาราค่าตัวเป็นล้าน สุดท้ายคุณมีแรงงานและเวลาจำกัด ...ถ้าคุณหยุดทำงาน เงินจะหยุดทันที ...ดังนั้น ถ้าจะเป็นคนรวย คิดง่ายๆ ว่า ต้องหา ต้องสร้างและสะสม “เครื่องผลิตเงิน” คือ สิ่งที่สามารถทำเงินให้เรา แม้เราจะไม่ทำงาน ซึ่งมองง่ายๆ ก็คือ หุ้น (ซื้อในเวลาที่ตลาด Crash หรือเวลาที่คนกลัวจะยิ่งได้ราคาดี) ...และหุ้นที่ว่า ต้องเป็นหุ้นที่ปันผล ...ใช่!! หุ้นที่ปันผลสม่ำเสมอ และทำธุรกิจที่เติบโตตามเศรษฐกิจ ก็เหมือนเครื่องผลิตเงิน
วิธีคิดของคนรวย ก็คือ การทำงานได้เงินมาเท่าไหร่ก็ได้ไม่สำคัญ แต่มันสำคัญตรงที่เอาเงินนี้มาเปลี่ยนเป็น Asset อย่างหุ้น แล้วเก็บสะสมในเวลาที่ถูกต้อง และไม่ต้องขายเลยชั่วชีวิต ...ซึ่งเงินที่อยู่ในรูป Asset นี้เอง จะเป็นเสมือนเครื่องผลิตเงิน หรือเสมือนห่านที่ไข่เป็นทองคำ ...คนส่วนมาก คิดได้ แต่พอทำจริง ก็ดันทำตรงกันข้าม สุดท้ายเจอตลาดบีบใจ ให้ไปขาย เครื่องผลิตเงิน หรือห่านทองคำ ในเวลาที่ไม่ควรขายที่สุด (ซื้อแพงขายถูก โคตรบ้า!!) ...จะเห็นได้ว่า แค่เรารู้ในวิธีการ มันไม่พอที่จะทำให้รวย ...มันต้องเข้าใจในวิธีการที่พูดมาอย่างลึกซึ้งและมีความแน่วแน่ และเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำมากๆ ...นี่แหละ คนจะรวย ต้องทำงานแล้วสะสม Asset
แต่คนจนทำตรงกันข้าม ...คนจน ก็คือ ทำงานเก็บเงินฝากธนาคารแบบคนส่วนใหญ่ (ฝากทั้งชีวิต เงินก็ไม่เพิ่ม แถมลดค่าเพราะแพ้เงินเฟ้อ) ...แค่นั้นเอง คนสองกลุ่มนี้ ยิ่งเวลาผ่านไป ความแตกต่างของคนทั้งสองก็จะยิ่งแตกต่าง ...ไม่แปลกหรอกที่คนรวยยิ่งรวยขึ้น และคนจนก็ยิ่งจนลง ...บอกตรงๆ มันไม่ใช่โชค แต่มันเป็นมุมมองที่ศึกษาและเรียนรู้กันได้ “อันนี้แหละ ที่เรียกว่า การศึกษา ที่จำเป็นต่อการสร้างความมั่งคั่ง ...ถ้าใครอยากรวยต้องเข้าใจ และต้องทำได้ด้วยตัวเอง”
ประเด็นที่สอง เรื่องการเข้าใจในชีวิต เรื่องนี้ต้องเห็นและเข้าใจในคุณค่าของสิ่งที่เรามี ...ประเด็นเรื่องนี้สำคัญมาก จะเห็นได้ว่า คนเรามีความสุขในการได้มา กับมีความทุกข์เวลาเสียไป แต่เรามักไม่ค่อยเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี ...ใครก็ตามที่คิดแบบนี้จะต้องวิ่งหาไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมาย และไม่รู้ว่า วิ่งไปเพื่ออะไร
อย่างแรกเห็นคุณค่าตัวเอง และเห็นคุณค่าในสิ่งที่เรามี แค่นี้เราก็เรียกได้ว่า “มั่งคั่งพอตัว” อยู่แล้ว ...คิดดูนะ คนที่มั่งคั่ง ก็จะมีความสุข จากนั้นคุณจะมีความมั่นใจในการที่จะเดินทางเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และนั้นคือ การวางเส้นทางตัวเราเองสู่ความสำเร็จนั่นเอง
ถ้าคิดให้ดี บางคนเกิดมารวย ก็มีแต้มต่อในเรื่องของความสะดวกสบาย แต่ทุกคนจะต้องกลับมาหาทาง หรือ “เส้นทางชีวิตของตัวเอง” ...เชื่อผมเถอะ เราทุกคนอยากมีคุณค่า อยากมีความหมายในสายตาของคนอื่น โดยเฉพาะคนที่เรารัก ...ดังนั้นอย่างแรก เราต้องมีความหมายในสายตาของตัวเราเองก่อน ...จากนั้นก็มุ่งสร้างประโยชน์ คิดแก้ปัญหา ...นี่คือหลักการหาโอกาสในธุรกิจเลยนะ เริ่มจากปัญหาที่ต้องการการแก้ไข ...และเมื่อเรามีเป้าหมาย มีความคิดที่ดี มันจะดึงดูดคนเก่ง คนคิดดี ที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน เข้ามาเจอกัน รวมเป็นศูนย์รวมแห่ง Talent และเป็นองค์กร เป็นธุรกิจได้ในที่สุด
เมื่อใดก็ตามที่เราทำ ได้สร้างประโยชน์ในวงกว้าง ...วันนั้นเงินทองจะไหลมาเอง พร้อมๆ กับการยอมรับ ...“นี่แหละ แนวทางการเดินสู่ความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ ...เราต้องเริ่มจากตัวเอง ...ทุกคนมีโอกาส ...ขอให้เริ่มด้วยแนวคิดที่ถูกต้อง” คุณมาถูกทางแล้วละครับ !!







