posttoday
‘ซิตี้’ยันหุ้นฟื้นแล้ว

‘ซิตี้’ยันหุ้นฟื้นแล้ว

10 กันยายน 2556

มองเป้าหมายดัชนีสิ้นปีระดับ1,535จุดส่งออกโครงการขนาดใหญ่ผลักดัน

มองเป้าหมายดัชนีสิ้นปีระดับ1,535จุดส่งออกโครงการขนาดใหญ่ผลักดัน

ซิตี้กรุ๊ปเชื่อว่าหุ้นไทยฟื้นขึ้นไปถึงเป้าหมายสิ้นปีที่ 1,535 จุด จากส่งออกที่ดีขึ้นและการใช้จ่ายโครงการใหญ่

ตลาดหุ้นวันที่ 9 ก.ย. ตลาดฟื้นตัวแรงตามตลาดหุ้นต่างประเทศ มีแรงซื้อหนักในทุกกลุ่มขนาดใหญ่ดันดัชนีบวกแรง โดยมาปิดตลาดที่ระดับ 1,384.31 จุด เพิ่มขึ้น 48.06 จุด หรือ 3.6% มูลค่าการซื้อขาย 49,039.11 ล้านบาท

นักลงทุนที่เข้าซื้อ คือ นักลงทุนต่างชาติ 2,996.48 ล้านบาท ที่เข้าซื้อเป็นวันที่สองต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่ผ่านมา สถาบันในประเทศ 6,139.87 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ 147 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศเป็นผู้ขาย 9,283 ล้านบาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต เปิดเผยว่า ดัชนีทะลุเป้าหมายระยะสั้นที่ 1,360 จุด ด้วยตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ออกมาดี รวมไปถึงคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดวงเงินตามมาตรการผ่อนคลายปริมาณเงิน (คิวอี) เพียง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันที่ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบกับการปรับสูงขึ้นของราคาน้ำมัน เป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่งผลให้ดัชนีปรับสูงขึ้นแรงตั้งแต่เปิดตลาด และคงเป้าหมายการปรับสูงขึ้นถัดไปที่ 1,400 จุด

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซิตี้กรุ๊ป เชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และคาดว่าดัชนีสิ้นปีนี้จะปรับขึ้นไปที่ 1,535 จุด หรือราคาตามมูลค่าบัญชีที่ 2.1 เท่า

ปัจจัยที่จะผลักดันดัชนีให้ปรับขึ้น คือ การฟื้นตัวของการส่งออกและการเริ่มใช้จ่ายของโครงการสาธารณูปโภค

“ดัชนีหุ้นไทยทรุดตัวลง 20% จากจุดสูงสุดช่วง พ.ค. เมื่อเฟดประกาศถอนคิวอี เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตลดลง และความกังวลสินเชื่อของภาคครัวเรือน รวมถึงปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ที่ทำให้ดัชนีลดลงใกล้จุดต่ำสุดของปี 2547 ซึ่งเป็นความกังวลที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นจนเกินไป”

ซิตี้กรุ๊ป เชื่อว่าตัวเลขส่งออกที่สร้างความกังวลในระยะสั้น จะฟื้นกลับมาจากตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัว ในขณะที่ตัวเลขหนี้ครัวเรือนไม่น่ากลัวอย่างที่คิด และไม่ฉุดหุ้นธนาคาร และเงินทุนไหลออกของเงินทุนนั้น ประเทศไทยสามารถจัดการได้ด้วยการเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ย เพราะประเทศไทยมีสำรองระหว่างประเทศมากพอที่จะรับมือกับเงินทุนไหลออก

“เราเชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานของประเทศดี เรื่องลบเหล่านี้เป็นเพียงระยะสั้น”

ซิตี้กรุ๊ป เชื่อว่าหากรัฐบาลสามารถผลักดันให้โครงการสาธารณูปโภคเดินหน้า จะสามารถสร้างบรรยากาศการลงทุนในประเทศให้เกิดขึ้นได้ โดยเริ่มจากสิ้นปีนี้

นอกจากนั้น ซิตี้กรุ๊ปยังแนะนำให้ซื้อหุ้นที่มีกระแสเงินสดดี ที่อิงกับการใช้จ่ายโครงการสาธารณูปโภค โดยให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดในหุ้นธนาคาร วัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ น้ำหนักลงทุนน้อยกว่าตลาดหุ้นสื่อ และการแพทย์

นอกจากนั้น แนะนำซื้อหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) และบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) และแนะนำขายหุ้นบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO)

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส แนะนำจัดพอร์ตให้ผสมผสาน ทั้งพลังงาน บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บริษัท บ้านปู (BANPU) กลุ่มก่อสร้าง บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) บริษัท ช.การช่าง (CK) และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) กลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท เอสวีไอ (SVI) และกลุ่มธนาคาร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท