posttoday
แลนด์ฯ มองอสังหาฯ สหรัฐผ่านจุดต่ำสุด "อาทิตย์เริ่มขึ้น"

แลนด์ฯ มองอสังหาฯ สหรัฐผ่านจุดต่ำสุด "อาทิตย์เริ่มขึ้น"

10 กันยายน 2556

หลังจากตั้งบริษัทลูก Land and Houses U.S.A., Inc. ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 600 ล้านบาท รัฐแคลิฟอร์เนีย

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

หลังจากตั้งบริษัทลูก Land and Houses U.S.A., Inc. ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 600 ล้านบาท รัฐแคลิฟอร์เนีย ใกล้อ่าวซานฟรานซิสโก พี่ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” ก็ประเดิมลงทุนซื้ออพาร์ตเมนต์ความสูง 2 ชั้น จำนวน 45 ห้องพัก ในเมืองซันนีเวล ในซิลิคอน วัลลีย์ ศูนย์กลางธุรกิจไอทีของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าการลงทุน 300 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีผู้เช่าเกือบเต็ม 100% แล้ว

ล่าสุด ได้เข้าซื้ออพาร์ตเมนต์ให้เช่าในย่านใจกลางเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ใกล้อ่าวซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นแหล่งที่อุตสาหกรรมทางด้านเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูง โดยโครงการดังกล่าวเป็นอพาร์ตเมนต์บนเนื้อที่ 1.52 เอเคอร์ (3.84 ไร่) จำนวน 264 ห้อง ปัจจุบันมีอัตราการเช่า 96% ด้วยมูลค่าการลงทุน 104 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,328 ล้านบาท

“โครงการแรกมีขนาดไม่ใหญ่ เหมือนเป็นการทดลองตลาด เรียนรู้การลงทุนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเท่าที่ประเมินพบว่าความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยในอเมริกาสูงมาก เพราะพฤติกรรมคนอเมริกันนิยมเช่าที่อยู่อาศัยมากกว่าซื้อ เพื่อความคล่องตัวในกรณีที่ต้องโยกย้ายงาน ก็จะไปหาเช่าที่พักอาศัยในย่านใกล้แหล่งงาน ทำให้อัตราค่าเช่ามีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยเมืองซันนีเวลในซิลิคอน วัลลีย์ ปรับขึ้นประมาณปีละ 10%” อดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าว

สำหรับย่านโอ๊กแลนด์ ทำเลของโครงการที่ 2 สำหรับการลงทุนในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นทำเลที่ดีเช่นกัน โดยหากเทียบกับทำเลในกรุงเทพฯ ย่านโอ๊กแลนด์เปรียบได้กับทำเลย่านฝั่งธนบุรีที่ใกล้เมือง มีราคาที่พักอาศัยที่ถูกกว่าย่านในเมืองมาก ซึ่งจะมีคนทำงานในเมืองจำนวนไม่น้อยเลือกอยู่อาศัยในทำเลลักษณะนี้ เพื่อเข้าไปทำงานในเมืองได้สะดวกในอัตราค่าเช่าที่ไม่แพง ซึ่งอัตราค่าเช่าที่พักอาศัยในเมืองนี้มีโอกาสเติบโตได้อีก เพราะฐานค่าเช่าเดิมยังถูกมาก

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังอยู่บนทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า และเป็นอาคารอพาร์ตเมนต์ก่อสร้างใหม่ประมาณ 23 ปีเท่านั้น ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เจ้าของโครงการเดิมตัดสินใจขาย เพราะมองว่าทำกำไรได้ในระดับที่พอใจแล้วก็ขาย ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีนักลงทุนสนใจเข้ามาหาซื้อโครงการอพาร์ตเมนต์ในย่านนี้เพื่อลงทุนมากขึ้น

ในส่วนของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เองต้องรอประเมินผลการลงทุนโครงการนี้ก่อน เพราะเป็นโครงการที่ใหญ่กว่าโครงการแรก หากมีจังหวะก็จะลงทุนต่อ โดยจะยังเน้นการลงทุนในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหลัก เพราะเริ่มคุ้นเคยแล้ว ถ้าหากไปลงทุนตลาดใหม่ๆ ก็จะต้องใช้เวลาในการศึกษา

ขณะเดียวกัน ภาพรวมเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาเริ่มปรับตัวดีขึ้น อัตราการว่างงานลดลง และการที่เฟดส่งสัญญาณลดมาตรการ “คิวอี” หรือลดการผลิตเงินเข้าสู่ระบบของรัฐบาลสหรัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ก็ถือเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว จึงลดคิวอีลงได้

“เศรษฐกิจในอเมริกาได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วถ้าถามว่าวันนี้อยู่ในจุดไหน ก็อาจเปรียบได้กับพระอาทิตย์ที่เริ่มขึ้นแล้ว ประมาณช่วงสายๆ ของวัน ยังไม่ถึงเที่ยง ยังมีโอกาสในการลงทุนอีกไกล” อดิศร กล่าว

แนวทางการลงทุนของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย จะเน้นซื้อทรัพย์สินให้เช่าเป็นหลัก จะไม่ลงทุนซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ เพราะต้องใช้เวลานาน และมีรายละเอียดที่มากกว่าการซื้อโครงการมาบริหารต่อเอง ซึ่งการบริหารการเช่าทั้งสองโครงการไม่ใช่ปัญหา เพราะสามารถจ้างบริหารได้ ส่วนพอร์ตการลงทุนในอเมริกา ตั้งเป้าในระยะเวลา 510 ปี จะมีสัดส่วนเป็น 10% ของพอร์ตทั้งหมดของกลุ่มแลนด์ จากปัจจุบันมีเพียง 2 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,700 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าน้อยมาก

อดิศร กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงทุนในต่างประเทศมีความน่าสนใจ แต่ต้องระมัดระวังในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจของเมืองนั้นๆ รวมถึงเรื่องของกฎหมายต่างๆ ซึ่งนักลงทุนควรศึกษาอย่างรอบคอบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท