
รถเมย์ซิ่ง-ไม่จอดป้ายปัญหาเรื่องแน่นอกคมนาคม
แม้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เจ้ากระทรวงคมนาคม ได้ออกมาประกาศแก้ปัญหาคุณภาพบริการของรถเมล์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ
แม้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เจ้ากระทรวงคมนาคม ได้ออกมาประกาศแก้ปัญหาคุณภาพบริการของรถเมล์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถของผู้ประกอบการเอกชนร่วมบริการ ขสมก. หลังจากลงพื้นที่สัมผัสประสบการณ์นั่งรถเมล์สาย 8 แฮปปี้แลนด์สะพานพุทธ ซึ่งถูกร้องเรียนมากที่สุด แต่ดูเหมือนว่าปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อผู้สื่อข่าว โพสต์ทูเดย์ ทดลองโดยสารรถเมล์สายดังกล่าวอีกครั้ง และพบว่า “ยังซิ่งเหมือนเดิม”
ผ่านไปราว 3 สัปดาห์นับแต่ รมว.คมนาคม ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการรถร่วมฯ สาย 8 และมีแนวทางแก้ปัญหาที่ถูกร้องเรียน ทั้งพฤติกรรมขับขี่ผิดกฎจราจร ใช้ความเร็วสูงขับแข่งกัน ไม่จอดตรงป้าย ฯลฯ อีกทั้ง รมว.ชัชชาติ ได้ลองไปนั่งสาย 8 อีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา และโพสต์ผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊กว่า บริการดีขึ้นบ้างแล้ว แต่เท่าที่ผู้สื่อข่าวโพสต์ทูเดย์เจอมากับตัว ดูเหมือนว่าอารมณ์ซิ่งของโชเฟอร์สาย 8 ยังไม่ได้ลดลง จนมีการตั้งฉายาให้ว่า ฟาสต์ 8 ล้อเลียนภาพยนตร์ฮอลลีวูด ฟาสต์ แอนด์ ฟิวเรียส ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการถ่ายทำภาค 7
จากการโดยสารรถเมล์สาย 8 พบว่าพนักงานขับรถยังคงขับด้วยความเร็วสูง ตรงตามคุณสมบัติของคนขับรถเมล์สาย 8 ที่ถูกระบุไว้ในใบสมัครว่า “ต้องขับรถเร็วได้” เพราะมีเป้าหมายว่าจะต้องทำเวลาและรับผู้โดยสารให้ได้มากกว่าคู่แข่งในเส้นทางเดียวกัน โดยเฉพาะเส้นถนนลาดพร้าว ระยะทางตั้งแต่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ถึง เดอะมอลล์ บางกะปิ จะพบปัญหาวนๆ ซ้ำๆ คือ ขับเร็วเพื่อให้ถึงป้ายและช่วงชิงผู้โดยสารจากสายอื่น เช่น 122 92 44 เป็นต้น ขณะเดียวกันหากถูกสายอื่นชิงผู้โดยสารตัดหน้าไปก่อน สาย 8 ก็จะเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการจอดแช่ที่ป้ายนานเกินความจำเป็น โดยเฉพาะป้ายรถเมล์ของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าวก่อนถึงแยกรัชดาภิเษกลาดพร้าว
คือ คือ สาย 8 เพื่อรับทราบปัญหาสายรถเมล์ที่ได้รับการร้องเรียนถึงพฤติกรรมการขับรถยอดแย่มากที่สุด
ทั้งนี้ พฤติกรรมของคนขับรถเมล์สาย 8 ขึ้นชื่อในเรื่องของการแปลงถนนเป็นสนามแข่งรถที่ดูเหมือนจะเป็นเอกลักษณ์นับตั้งแต่รถเมล์สายนี้เกิดขึ้น และถือ โดยไม่สนใจคุณภาพชีวิตของผู้โดยสารหลังรถแม้แต่น้อย
นอกจากปัญหาวนๆ ซ้ำๆ ของสาย 8 แล้ว ยังพบพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของรถร่วมสายอื่นๆ อีก เช่น สาย 92 ไม่จอดรับผู้โดยสารที่ป้าย หากเห็นว่าก่อนถึงป้ายมีปริมาณรถสะสมหน้าป้ายหนาแน่น ก็จะขับออกเลนขวาไปเลย ทั้งที่เลนซ้ายถูกกำหนดให้เป็นรถเมล์ และโดยกฎหมายจราจรและการให้บริการ รถเมล์ควรต้องจอดรับผู้โดยสารทุกป้าย ไม่ว่าจะป้ายเล็กที่มีคนรอเพียง 1-2 คน หรือจะป้ายใหญ่ที่มีคนรอเป็นสิบคนก็ตาม แต่ดูเหมือนว่ารถร่วมเหล่านี้เลือกที่จะทิ้งผู้โดยสาร และปราศจากบทลงโทษใดๆ จากหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ
สาเหตุที่ปัญหาคุณภาพบริการรถเมล์ยังย่ำแย่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการแก้ปัญหาทำที่ปลายเหตุ ไม่ได้เริ่มต้นจากการกำหนดมาตรฐานของคนขับรถโดยสาร เหมือนประเทศอื่นๆ หลายประเทศ ที่คนขับต้องผ่านการรับรองหรือได้รับใบอนุญาตขับรถโดยสารสาธารณะโดยเฉพาะ รวมไปถึงการทดสอบด้านอารมณ์ด้วย ก่อนที่จะให้มาขับรถที่ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของผู้โดยสารนับร้อยชีวิต
ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้โดยสารสาย 8 ที่ยังต้องทนกับภาวะชีวิต “แขวนไว้บนเส้นด้าย” เช่นนี้ เพราะไม่มีทางเลือก เนื่องจากเส้นทางการวิ่งของรถร่วมฯ ไปได้ถึงจุดหมายที่ต้องการมากกว่ารถของ ขสมก. และตารางการวิ่งมีความถี่มากกว่า จึงไม่ต้องทนเสียเวลารอรถนานเพื่อใช้บริการของ ขสมก. แต่หากเลือกได้ จะเลือกใช้บริการรถเมล์ปรับอากาศ (ปอ.) มากกว่า เพราะอย่างน้อยคนขับรถก็ยังใจเย็นและไม่ได้มีพฤติกรรมยอดแย่เท่ากับรถร้อน
เวลายกเครื่องบริการแม้กระทรวงคมนาคมและขสมก.จะมีความพยายามในการแก้ปัญหารถเมล์และรถร่วมมาโดยตลอด แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ
ต่างกับประเทศไทยที่คนขับรถร่วมนั้นเหมาะที่ไปขับรถแข่งฟอร์มูล่าสูตร 1 (เอฟวัน) มากกว่า นัยว่า มาแรงแซงทุกโค้ง ปาดทุกคัน เห็นแก่ความคึกคะนองส่วนตัวเป็นหลัก หาได้คำถึงชีวิตและความปลอดภัยของผู้โดยสารแม้แต่น้อย และยิ่งได้รับฉายาฟาสต์ 8 ก็ยิ่งตอกย้ำให้โชเฟอร์ภาคภูมิใจในความสามารถดริฟท์รถสาย 8 ที่มีชีวิตของประชาชนเป็นเดิมพันมากขึ้นไปอีก
ประสบการณ์บนรถเมล์ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ชี้ให้เห็นว่าปัญหาด้านบริการของรถเมล์ ขสมก. และรถร่วมบริการ ขสมก. ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงคมนาคมยังต้องแก้ไขต่อไปอย่างจริงจังและต่อเนื่อง อย่าให้เป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง เมื่อควันจางก็ลืมไป







