posttoday
จี้ซีเอฟโอรู้ทันโลก

จี้ซีเอฟโอรู้ทันโลก

06 กันยายน 2556

ปรับบทบาทฝ่าการแข่งขันสูงภาวะผันผวนบางจากงัด3วิธีสู้ค่าเงินดอกเบี้ยขึ้น

ปรับบทบาทฝ่าการแข่งขันสูงภาวะผันผวนบางจากงัด3วิธีสู้ค่าเงินดอกเบี้ยขึ้น

สภาวิชาชีพบัญชี แนะซีเอฟโอธุรกิจต้องปรับบทบาทเข้าใจธุรกิจรับการแข่งขัน

นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานกรรมการ บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) เปิดเผยในงานเสวนา “Corporate Strategy for CEO/CFO” ว่า ปัจจุบันผู้จัดการสายงานการเงิน (ซีเอฟโอ) มีส่วนสำคัญในการวางยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ทางธุรกิจขององค์กร จึงควรเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ตนเองบริหารอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นผู้ช่วยหลักของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ท่าม กลางภาวะธุรกิจในปัจจุบันที่เริ่มมีการแข่งขันที่รุนแรง หลังจากผู้ประกอบการต่างชาติเริ่มขยายธุรกิจอย่างหนักเข้าในประเทศไทย

ทั้งนี้ ซีเอฟโอจึงควรปรับเปลี่ยนบทบาทเรียนรู้และทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการทำธุรกิจ ทั้งด้านเศรษฐศาสตร์ การเมือง และการเงินของโลก ดังนั้น ควรมีความเข้าใจถึงสถานการณ์เศรษฐกิจต่างๆ ของโลกที่เปลี่ยนไป นอกจากความรู้และความเข้าใจด้านการเงินเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ของไทย ทั้งกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน ปิโตรเคมี ปูนซีเมนต์ ได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าวแล้ว ดังนั้นจะเห็นว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยเฉพาะผู้ส่งออกอาจทำธุรกิจแบบเดิมไม่ได้ ต้องมีระบบการทำบัญชีรูปแบบใหม่

นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจควรมีการทำแผนธุรกิจที่ยาวขึ้นเป็น 1015 ปี จากเดิมที่ส่วนใหญ่จะมีแผนระยะยาว 5 ปีที่เห็นว่าสั้นเกินไปเพื่อเป็นการกำหนดเป้าหมายของธุรกิจในระยาว แต่อาจมีการทบทวนทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการบัญชีบริหาร สภาวิชาชีพบัญชีฯ และที่ปรึกษาบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง (SPI) กล่าวว่า ซีเอฟโอถือเป็นผู้ที่มีความสำคัญเพราะเป็นผู้วางแผนด้านการเงินขององค์กร โดยบริษัทขนาดใหญ่ถือว่ามีความพร้อมอยู่แล้ว แต่เห็นว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ยังไม่มีความพร้อมในประเด็นดังกล่าวควรมีการรวมตัวกันเป็นสมาคม เพื่อสร้างระบบการทำงานหรือระบบบัญชีการเงินให้มีมาตรฐาน และวางเป้าหมายของอุตสาหกรรมของตนเอง โดยมีการลงทุนร่วมกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายลงจากที่แยกการลงทุน

นอกจากนี้ เห็นว่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ควรมีซีเอฟโอที่มีความรอบรู้และเข้าใจสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก และสามารถวิเคราะห์เพื่อวางกลยุทธ์การเงินได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ หากเห็นว่าสถานการณ์ข้างหน้าเริ่มมีความเสี่ยงทางธุรกิจมากขึ้น ควรมีการกันสำรองสภาพคล่องไว้กับบริษัทจากกำไรที่มาจากการดำเนินงานไว้ โดยแบ่งออกมาในรูปแบบการลดอัตรากำไรการจ่ายเงินปันผลลงเพื่อใช้รองรับวิกฤตหรือภาวะฉุกเฉินในอนาคต

น.ส.ณินทิรา อภิสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท บางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันบริษัทได้มีการจับตาการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนรับมือล่วงหน้าในอนาคต จากผลกระทบของหลายสมมติต่างๆ ทั้งจากปัจจัยในและต่างประเทศ

สถานการณ์ปัจจุบันบริษัทให้น้ำหนักความเสี่ยงเป็นอันดับ 1.คือประเด็นความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่แนวโน้มเงินบาทเริ่มอ่อนตัวหลังจากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัวส่งผลให้กระแสเงินลงทุนเริ่มไหลออก จึงมีการทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนของค่าการกลั่นสัดส่วนไม่เกิน 30% ของกำลังการกลั่น

2.แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสจะเข้าสู่ช่วงขาขึ้น จึงมีการล็อกอัตราดอกเบี้ยคงที่เป็นสัดส่วนเกิน 80% ของพอร์ตหนี้รวม 3.ได้มีการจับคู่สินค้าคงคลังที่เป็นค่าใช้จ่ายเป็นเงินเหรียญสหรัฐจำนวน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ กับพอร์ตเงินกู้ของบริษัทที่เป็นเงินบาททั้งหมด

ล่าสุด วันที่ 5 ก.ย. 2556 ค่าเงินบาทยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง ปิดที่ระดับ 32.33/35 บาทต่อเงินเหรียญสหรัฐ โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิ 498 ล้านบาท แต่ซื้อในตลาดตราสารหนี้จำนวน 3,538 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน