posttoday
อาเบะโนมิกส์ผงาดคืนชีพผู้ประกอบการญี่ปุ่น

อาเบะโนมิกส์ผงาดคืนชีพผู้ประกอบการญี่ปุ่น

05 กันยายน 2556

ญี่ปุ่นอาจเป็นชาติที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีและไอเดียธุรกิจสุดแหวกแนว ขณะที่สินค้าต่างๆ ก็ยังขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเป็นเยี่ยม

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ญี่ปุ่นอาจเป็นชาติที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีและไอเดียธุรกิจสุดแหวกแนว ขณะที่สินค้าต่างๆ ก็ยังขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเป็นเยี่ยม จึงทำให้แบรนด์ญี่ปุ่นติดตลาดอันดับต้นๆ ของโลกได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และทำให้แดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้มีบริษัทชั้นนำระดับโลกเป็นจำนวนมาก

ทว่าความรุ่งโรจน์นี้กลับไม่ได้รวมถึงเหล่า “ผู้ประกอบการหน้าใหม่” ที่แทบจะไม่มีพื้นที่ให้เริ่มต้น ในประเทศที่เต็มไปด้วยกลุ่มธุรกิจข้ามชาติขนาดใหญ่ ที่เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

ผลการสำรวจผู้ประกอบการโลก (จีอีเอ็ม) ปี 2555 โดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ พบว่า ญี่ปุ่นมีระดับกิจกรรมของผู้ประกอบการอยู่ในอันดับ “รั้งท้าย” ของ 24 ประเทศในกลุ่มพัฒนาแล้ว และบริษัทหน้าใหม่ในญี่ปุ่นยังมีจำนวนไม่ถึงครึ่งของในสหรัฐและอังกฤษด้วย

แน่นอนว่าปัญหาเช่นนี้ย่อมเป็นสิ่งที่รัฐบาลใหม่ของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ตระหนักได้ และนโยบาย “อาเบะโนมิกส์” ที่กำลังเป็นยาชูกำลังสำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจแดนปลาดิบในวันนี้ ก็ไม่ได้ช่วยเพียงแค่ตลาดทุน ค่าเงินเยน และบริษัทขนาดใหญ่ในภาคการส่งออกเท่านั้น หากแต่ยังมีเป้าหมายสำคัญที่การ “ฟื้นคืนชีพ” ผู้ประกอบการในประเทศอีกครั้ง

นิตยสารอีโคโนมิสต์รายงานว่า หนึ่งในลูกศร 3 ดอกของอาเบะโนมิกส์ คือการขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษไปทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ชาวญี่ปุ่นสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการในหลายแขนง ตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรม การแพทย์ ไปจนถึงการเกษตร

จุดเด่นสำคัญคือ การผลักดันให้ภาคธนาคารพาณิชย์ปรับกฎระเบียบเอื้อต่อการปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ได้สะดวกขึ้น จากเดิมที่การปล่อยสินเชื่อให้นักธุรกิจหน้าใหม่นั้นมักยุ่งยากและต้องใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้ว่าที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้าถึงแหล่งทุนได้ยากลำบาก และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างธุรกิจหน้าใหม่ๆ ในแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้

ขณะเดียวกัน บรรดาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและกิจการที่เกี่ยวข้องกับไอทีนั้น ก็ให้การตอบรับมากขึ้นกับสมาคมเศรษฐกิจใหม่แห่งญี่ปุ่น (เจน) ซึ่งมีการยกเครื่องใหญ่ไปเมื่อปีที่แล้ว โดยได้ผู้ก่อตั้งบริษัท รากุเตน ฮิโรชิ มิกิทานิ นั่งเป็นประธาน ซึ่งช่วยให้บรรดาบริษัทหน้าใหม่มีความหวังต่อทิศทางของธุรกิจญี่ปุ่นมากขึ้น

ทว่าก่อนจะไปสู่ความสำเร็จได้นั้น อาเบะได้กล่าวไว้ว่า ชาวญี่ปุ่นจำเป็นต้องยอมรับ “ความล้มเหลว” ให้ได้เสียก่อนด้วย โดยยกตัวอย่างของ วอลท์ ดิสนีย์ ที่ต้องล้มลุกคลุกคลานถึง 5 ครั้งกว่าจะผงาดขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ และแม้แต่อาเบะเองก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนักกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรกเมื่อปี 2549

ที่ผ่านมาญี่ปุ่นประสบกับหลายปัจจัยที่ไม่เอื้อให้เกิดบรรยากาศของผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ในประเทศ การเข้าถึงสินเชื่อได้ลำบากเพราะต้องใช้สินทรัพย์ค้ำประกันนั้น ทำให้หลายคนไม่กล้าเสี่ยง หลายครอบครัวหนุนลูกหลานให้ทำงานตามบริษัทใหญ่ที่มีความมั่นคงสูงมากกว่าจะลุกมาทำกิจการเอง ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ก็ยังผูกขาดเรื่องสิทธิบัตรของบรรดาสิ่งประดิษฐ์ตามมหาวิทยาลัยที่เอกชนเป็นผู้ให้เงินสนับสนุน ทำให้บริษัทรายย่อยไม่สามารถต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในวงกว้างได้

ทว่านับตั้งแต่ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้บริษัทขนาดใหญ่ต่างลดต้นทุนอย่างหนัก และทำให้หลายคนต้องหันมาพึ่งตัวเองกันมากขึ้น จนช่วยปรับทัศนคติเรื่องการเป็นผู้ประกอบการของชาวญี่ปุ่นให้ฟื้นตัวอีกครั้งอย่างช้าๆ

กระทรวงอุตสาหกรรมยังคาดหวังว่า นโยบายต่างๆ จะช่วยฟื้นคืนชีพผู้ประกอบการหน้าใหม่ และสามารถเพิ่มจำนวนบริษัทเปิดใหม่ได้เท่าตัวภายในปี 2563

เพราะเศรษฐกิจญี่ปุ่นนั้นจะไม่สามารถเติบโตในระยะยาวได้อย่างแท้จริง หากปราศจากผู้แข่งขันรายย่อยหน้าใหม่เหล่านี้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ