
มาตรฐาน GAP
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นอกจากจะเปิดให้การค้า การลงทุนเสรีมากขึ้นแล้ว แต่ละประเทศสมาชิกยังมีพันธสัญญาที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนดขึ้น
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นอกจากจะเปิดให้การค้า การลงทุนเสรีมากขึ้นแล้ว แต่ละประเทศสมาชิกยังมีพันธสัญญาที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนดขึ้น
สำหรับสินค้าเกษตรมีการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีของกลุ่มประเทศอาเซียน หรืออาเซียนแก็ป (ASEAN GAP) โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการเทียบเคียงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับพืชอาหารหรือคิวแก็ป (Q GAP) กับมาตรฐานอาเซียนแก็ปเสร็จสมบูรณ์แล้ว ถือเป็นประเทศที่ 2 รองจากอินโดนีเซีย
การจัดทำมาตรฐานดังกล่าว เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในตลาดอาเซียนและตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น เป็นการสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มอำนาจต่อรองทางการค้าให้กับกลุ่มเกษตรกรด้วย
แต่ขณะเดียวกันมาตรฐานดังกล่าวที่จะมีการบังคับใช้ในปี 2558 ก็จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อยกว่า 1 หมื่นรายในไทยด้วยเช่นกัน เพราะหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่จะต้องตรวจรับรองมีรายละเอียดปลีกย่อยมาก และยากต่อการปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรปรับตัวไม่ทันและหลุดจากระบบมาตรฐานไป
สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตรจึงมีแผนเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกรรายย่อย และส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกผักผลไม้ขอรับมาตรฐาน GAP แบบกลุ่ม แทนขอการรับรองแบบรายเดี่ยว
การให้เกษตรกรรายย่อยรวมกลุ่มเพื่อขอการรับรองมาตรฐาน GAP ยังจะช่วยแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ตรวจรับรองแปลง GAP ที่มีค่อนข้างจำกัดอีกด้วย โดยปัจจุบันประเทศไทยมีแปลงปลูกพืชที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ประมาณ 1.2 แสนแปลง ขณะที่มีแปลงที่อยู่ระหว่างตรวจต่ออายุใบรับรองและตรวจรับรองแปลงใหม่รวมกว่า 3 หมื่นแปลง
ทั้งนี้ ในปี 2557 กระทรวงเกษตรฯ ตั้งเป้าส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบตรวจรับรองฟาร์มแบบกลุ่มไม่น้อยกว่า 60 กลุ่ม เกษตรกรสมาชิกประมาณ 2,000-3,000 ราย







