
ม็อบยางกระทบเที่ยวไทยสูญรายได้แล้วกว่า60ล้าน
สทน.ระบุม็อบทุบอารมณ์ไทยเที่ยวไทย แห่ยกเลิกการเดินทางกว่าพันคนต่อวัน ด้านตลาดไมซ์หายเกลี้ยง ขีดเส้น 3 วัน รัฐแก้ปัญหาก่อนยื่นหนังสือกดดัน
สทน.ระบุม็อบทุบอารมณ์ไทยเที่ยวไทย แห่ยกเลิกการเดินทางกว่าพันคนต่อวัน ด้านตลาดไมซ์หายเกลี้ยง ขีดเส้น 3 วัน รัฐแก้ปัญหาก่อนยื่นหนังสือกดดัน
นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ชุมนุมม็อบสวนยางปิดเส้นทางการจราจนทางถนนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างหนัก โดยเฉพาะตลาดคนไทย ได้ทยอยยกเลิกเดินทางผ่านสมาชิกสมาคมกว่า 1,000 คน/วัน สูญเสียรายได้ 10 ล้านบาท นับตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจุบันสูญรายได้กว่า 60 ล้านบาท
ทั้งนี้ สมาคมฯต้องการให้รัฐฯเร่งหาทางออก พร้อมยุติปัญหาการชุมนุมที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด หากยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของคนไทย ซึ่งเตรียมวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปิดภาคเรียนศึกษาในเดือนต.ค.นี้
นอกจากนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มจัดประชุมสัมมนา (ไมซ์) โดยเฉพาะกลุ่มไมซ์ข้าราชการได้ยกเลิกเดินทางเกือบเกลี้ยงตลาด ซึ่งเดือนนี้เป็นช่วงจัดไมซ์โค้งสุดท้ายปลายปีงบประมาณ 2556 สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการสูญเสียโอกาสทางการตลาดอย่างหนัก
"รัฐบาลประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ไม่เร่งแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำให้ชาวสวน และปล่อยให้การชุมนุมยืดเยื้อ จนกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย บรรยากาศท่องเที่ยวภายใน รายได้ทางการท่องเที่ยวที่จะหมุนเวียนสู่รากหญ้าของประเทศได้หดหายไปตั้งแต่ต้นเดือนส.ค.ที่ผ่านมา เชื่อว่า การยอมจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรจะน้อยกว่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย" นายยุทธชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน หากไม่มีมาตรการที่ชัดเจน สทน.เตรียมทำหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พิจารณาการทำงานและการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้าของรัฐบาล
นายยุทธชัย กล่าวว่า รัฐบาลต้องเร่งยุติปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมหาแนวทางป้องกันม็อบไม่ให้ชุมนุมในพื้นที่สนามบิน เพราะจะยิ่งกระทบต่อการเดินทางอากาศของคนไทยและชาวต่างชาติ หากปัญหาต่างๆ ยุติลง คาดว่าจะใช้ระยะเวลาฟื้นฟูสภาวะด้านจิตวิทยาคนไทยให้กลับมาเชื่อมั่นและวางแผนเดินทางท่องเที่ยวอย่างน้อย 15 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าการชุมนุมจะสงบสามารถเดินทางได้จริง
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว(แอตตา) เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องเร่งควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ม็อบขยายการชุมนุมไปยังพื้นที่สนามบิน และต้องเร่งยุติการชุมนุมโดยเร็วก่อนที่ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยจะเสียหายในสายตานักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ หากยืดเยื้อยาวนานจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวระยะใกล้ อย่าง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) เริ่มตั้งแต่เดือนต.ค.นี้
นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ยอมรับว่า การชุมนุมของม็อบสวนยางกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้กระทบต่อเส้นทางการเดินทางของนักท่องเที่ยว และปัจจุบันมองว่าคนไทยไม่ได้เดินทางโดยรถไฟเส้นทางสายใต้มากเท่ากับการเดินทางสายเหนือ และนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางโดยสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) เพิ่มจำนวนมากขึ้น







