
ความโกรธเกรี้ยวที่น่ารัก
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ใครที่รู้จัก ยุรี เกนสาคู คงทราบดีว่าผู้หญิงคนนี้น่ารักแค่ไหน
ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตา คำพูดคำจา นิสัยใจคอ จนถึงผลงานศิลปะที่มีสไตล์ลายเส้นและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์
แม้กระทั่งโดนคนอื่นกระทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ ศิลปินสาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นวัย 34 ปี คนนี้ก็ยังแปรความปวดร้าวเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้น่ารัก แฝงไว้ด้วยการเสียดสีอย่างแสบสัน
นิทรรศการ Karma Police : ดวงตาเห็นทำ อาจเรียกได้ว่าเป็นผลงานจิตรกรรมที่สร้างสรรค์มาจากประสบการณ์อันเลวร้าย หลังถูกผู้รับเหมาโกงเงินในการสร้างบ้านและสตูดิโอส่วนตัว จนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อจิตใจมาต่อเนื่องยาวนาน เจ้าตัวเลยต้องการสื่อสารผ่านเรื่องกฎแห่งกรรม อันเป็นหลักคำสอนทางพุทธศาสนาที่เธอศรัทธามาโดยตลอด
“เรื่องราวที่ประสบมาถือว่าเรื่องใหญ่นะ โดนมาหนัก มันสุดลิมิตของเราจริงๆ ความหวังพังทลาย เงินที่เก็บสะสมมาทำบ้านและสตูดิโอก็ถูกโกง ความฝันที่วาดไว้พังทลาย กินไม่ได้ นอนไม่หลับมาหลายเดือน กะจิตกะใจในการทำงานศิลปะนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีสมาธิทำงานเลย
ผ่านไปสักพัก พอสติกลับคืนมา ก็เริ่มคิดถึงหลักคำสอนทางพุทธศาสนาที่เราเชื่อมั่นมาตลอด นั่นคือเรื่องกฎแห่งกรรม ใครทำอะไรย่อมได้รับผลการกระทำของตัวเอง ไม่ว่ากรรมดีกรรมชั่ว เมื่อคิดได้อย่างนั้น เราก็แปรเปลี่ยนความทุกข์มาเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานศิลปะ”
แผลเก่ายังไม่ทันจางหาย แต่ยุรีก็ลงมือทำงานทันที ภายใต้ศรัทธาที่มั่นคงมิสั่นคลอน
“ดวงตาเห็นทำ ในที่นี้หมายถึง ไม่ว่าเราทำอะไร เรื่องดีเรื่องชั่ว อย่าคิดว่าไม่มีคนรู้เห็น อย่างน้อยที่สุดแล้วตัวเองนั่นแหละเป็นคนรู้เห็นทุกอย่าง ส่วนการนำคำว่า Karma Police ซึ่งเป็นชื่อเพลงดังของวงเรดิโอเฮดมาตั้งเป็นชื่อนิทรรศการ ก็แค่เนื้อหามันตรงมากๆ เท่านั้นเอง” เธอ ยิ้มระรื่น
ถามว่านี่คือการระบายความอัดอั้นตันใจผ่านงานศิลปะใช่หรือไม่ ยุรีตอบว่าใช่ ทว่าไม่กราดเกรี้ยวรุนแรง สกปรกหยาบคายแต่อย่างใด
“เนื้อหารุนแรง เต็มไปด้วยเรื่องร้ายๆ บอกเล่าอารมณ์ในแง่ลบ มืดมนก็จริง แต่ดูจากการใช้สี ลูกเล่น ลายเส้นที่ยังคงความสนุก สดใสในแบบของเรา เหมือนด่าคนแต่เราพูดเพราะ (หัวเราะ) ถึงจะพูดเรื่องความทุกข์ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความทุกข์เป็นตัวถ่ายทอด เราเลือกที่จะนำเสนอความสนุก ความสุขดีกว่า เราไม่อยากให้ชีวิตจมอยู่ในความหดหู่อีกแล้ว”
เทคนิคน่าสนใจอยู่ตรงความฉลาดในการหยิบจับเอาวัสดุที่มีความหลากหลายมาใช้ได้อย่างลงตัว เริ่มจากดัดแปลงการวาดรูปบนผืนผ้าใบในแบบเดิมๆ ด้วยการใส่รายละเอียดให้กลายเป็นผ้าม่าน คล้ายฉากในละครเวที การนำแอนิเมชันมาสื่อสารเล่าเรื่องอีกทางหนึ่ง การใช้วัสดุแปลกๆ ที่คนไม่ค่อยสนใจอย่างท่อแป๊บ ผ้า รวมถึงไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่ การทดลองทำงานด้วยเทคนิคใหม่ๆ เหล่านี้เอง ที่ทำให้ชื่อ ยุรี เกนสาคู ถูกพูดถึงในระดับนานาชาติ เธอกลายเป็นศิลปินรุ่นใหม่อีกหนึ่งคนที่น่าจับตามอง
ยกตัวอย่างภาพเด่นๆ อาทิ ภาพชื่อ seven deadly sins (บาป 7 ประการ) นำหลักคำสอนของศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก สื่อถึงบาปรุนแรงทั้ง 7 ประการ ราคะ ตะกละ โลภะ เกียจคร้าน โทสะ ริษยา อัตตา โดยให้ตีความผ่านสัญลักษณ์การใช้สี รูปสัตว์ตัวแทนของบาปแต่ละชนิด เช่น งู สิงโต แพะ กบ หมู นกยูง หมี สุนัข ฯลฯ หรือภาพชื่อ Ninja Contractor (ผู้รับเหมา นิน! นิน!) เปรียบผู้รับเหมาที่โกงทุกคนที่ขวางหน้า ประหนึ่งนินจาฮัตโตริที่ย่องเงียบ ว่องไว ทิ้งไว้เพียงระเบิดควัน ดาวกระจายปลิวว่อน สร้างบาดแผล สร้างความเจ็บปวดให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง
“ทั้งหมดนี้มันท้าทายในการถ่ายทอดออกมา ทำให้เราสนุกคิด สนุกเขียน อีกอย่างเรื่องราวที่เราเล่าไม่ได้มีเพียงตัวละครตัวเดียวโดดๆ แต่มีสัญลักษณ์อะไรต่อมิอะไรซ่อนไว้เต็มไปหมด การทำงานที่หลากหลายมันไม่น่าเบื่อ ไม่ตัน เหมือนพาเราเดินทางไปสู่เส้นทางใหม่ๆ ที่ไม่เคยไป”
นิทรรศการ Karma Police : ดวงตาเห็นทำ ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 อย่างสมเกียรติในฐานะศิลปินหญิงรุ่นใหม่ของ ยุรี เกนสาคู งานนี้จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 3 พ.ย. 2556 ณ 100 ต้นสน แกลเลอรี ซอยต้นสน กรุงเทพฯ







