posttoday
ลงทุนเขมรไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ลงทุนเขมรไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

04 กันยายน 2556

โดย...เสาวรส รณเกียรติ

โดย...เสาวรส รณเกียรติ

ภาพเหตุการณ์การเผาสถานทูตไทยในกัมพูชาเมื่อปี 2546 และข้อพิพาทที่รุนแรงเรื่องปราสาทพระวิหาร ประกอบกับภาพฝังใจเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ภาพกับระเบิดเต็มท้องทุ่งในกัมพูชา ทำให้นักลงทุนไทยมักจะมองข้ามแหล่งลงทุนที่ใกล้ชิดติดประเทศไทยแห่งนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

แต่เมื่อผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงอาเซียน ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่จัดร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เดินทางเยือนกัมพูชาเมื่อวันที่ 2931 ส.ค.ที่ผ่านมา มุมมองที่มีต่อกัมพูชาก็เริ่มเปลี่ยนไป หลังจากได้ร่วมพบปะกับตัวแทนภาคเอกชน ที่จัดโดยเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ “ธัชชยุติ ภักดี”

โดยเฉพาะการค้า การลงทุน ซึ่งภาคเอกชนที่มีธุรกิจในกัมพูชา ต่างยืนยันว่า กัมพูชาต้อนรับการลงทุนจากทุกประเทศ รวมทั้งไทย โดยไม่มีอุปสรรคใดๆ เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องเขาพระวิหาร นอกจากนี้ กัมพูชายังเป็นประเทศที่มีศักยภาพมาก

เริ่มจากกลุ่ม “เอสซีจี” ที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชามานาน 22 ปี แม้จะผ่านเหตุจลาจลถึงขั้นเผาสถานทูตไทย แต่ตัวแทนจากเอสซีจียังคงเห็นว่า กัมพูชามีศักยภาพและโอกาสในการลงทุนสูง โดยเฉพาะในอีก 2 ปีข้างหน้า การก่อสร้างในกัมพูชาจะเฟื่องฟูอย่างมากจากการลงทุนสาธารณูปโภคด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถนน เขื่อน รวมทั้งการที่จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เตรียมจะใช้กัมพูชาเป็นฐานในการสร้างชุมชนเพื่ออพยพคนสูงอายุจากแต่ละประเทศมาพักอาศัย ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการวัสดุก่อสร้างเติบโตตาม

ทั้งนี้ ประเมินกันว่า ปี 2557 ยอดขายวัสดุก่อสร้างจะเติบโตถึง 14% เฉพาะปูนซีเมนต์ คาดว่าปีนี้จะมีความต้องการมากกว่า 4 ล้านตัน สูงจากปีก่อนหน้าที่มียอดใช้ 3.3 ล้านตัน

สำหรับเอสซีจีเอง ปัจจุบันมีโรงงานปูนอยู่แล้ว1 โรง เงินลงทุน 5,000 ล้านบาท และสามารถคืนทุนได้ในเวลาเพียง 8 ปี โดยไม่มีหนี้คงค้าง ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่เร็วมาก และกำลังจะขึ้นโรงปูนแห่งที่ 2 ซึ่งจะทำให้กลุ่มเอสซีจีมีการลงทุนในประเทศนี้รวม1 หมื่นล้านบาท สูงรองจากการลงทุนในอินโดนีเซียที่มีวงเงิน 6 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมี “กลุ่มทีซีซี” ของเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่เข้าไปซื้อพื้นที่ปลูกปาล์มถึง 3 หมื่นเฮกตาร์ หรือเกือบ 2 แสนไร่ และเตรียมจะเปิดโรงงานหีบน้ำมันปาล์มเพิ่มอีก 1 แห่ง จากที่มีอยู่แล้ว 1 แห่งทำให้มีกำลังการผลิตรวม 30 ตัน รวมทั้งเตรียมจะเปิดโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเพื่อจำหน่ายในประเทศอีกด้วย

กลุ่มทีซีซียังมีธุรกิจท่าเรือที่สามารถขนถ่ายสินค้าได้ปีละ 1.5 ล้านตัน ปัจจุบันลูกค้าหลัก คือ เอสซีจีที่ใช้ขนถ่ายปูนซีเมนต์จากไทยปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 6 แสนตัน

เช่นเดียวกับ อรนุช ผการัตน์ ประธานสมาคมผู้ประกอบการไทยในกัมพูชา ใช้ประสบการณ์ที่อยู่ในกัมพูชามา 29 ปี และมีธุรกิจอยู่มากมาย ยืนยันว่า การทำธุรกิจในกัมพูชามีโอกาสเติบโตสูง เพราะมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการจับจ่ายใช้สอยสูง ทำให้คนกัมพูชาพลอยมีรายได้จากการท่องเที่ยว

“คนเขมรภาษาดี เพราะระหว่างสงครามมีการเผาหนังสือที่เป็นภาษาเขมรหมด การสอนหนังสือในเขมรจึงต้องใช้ตำราภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ คนเขมรยังมีความอดทนสูง และชอบใช้สินค้าไทยเพราะดูทีวีไทย”

ส่วนอีกธุรกิจที่ไปได้ดีในกัมพูชา คือ การท่องเที่ยวที่ทำรายได้หลักถึง 30% ของจีดีพีในปีที่ผ่านมา จากจำนวนนักท่องเที่ยว 3.5 ล้านคน ในจำนวนนี้มี1 ล้านคน ที่มีเป้าหมายหลักอยู่ที่เสียมราฐ ซึ่งมีมรดกโลกอย่างนครวัด นครธม เป็นแรงดึงดูดหลัก และเป็นสาเหตุที่ทำให้กัมพูชาต้องการความชัดเจนเรื่องเขาพระวิหาร ถึงขั้นทำเรื่องให้ศาลโลกวินิจฉัยเพื่อให้เขาพระวิหารเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากนครวัด นครธม

กัมพูชายังอยู่ระหว่างการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล เกาะในทะเลต่างๆ ทางตอนใต้ โดยเฉพาะแถบจังหวัดสีหนุวิลล์ที่อยู่ทางตอนใต้ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เข้ามาอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีโอกาสด้านการค้า การลงทุนอีกมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคเสียเลย เพียงแต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ยากเกินที่นักธุรกิจไทยจะแก้ไขเพื่อเข้าไปเจาะตลาดแห่งนี้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน