
TOPยันเครดิตแกร่งธุรกิจสดใสน้ำมันขึ้น
มูดี้ส์และฟิทช์ยังคงอันดับเครดิต TOP หลังไตรมาส 2 ขาดทุน ราคาน้ำมันเฉลี่ยดีขึ้น KIAT รุกไฟฟ้า
มูดี้ส์และฟิทช์ยังคงอันดับเครดิต TOP หลังไตรมาส 2 ขาดทุน ราคาน้ำมันเฉลี่ยดีขึ้น KIAT รุกไฟฟ้า
น.ส.ศิริพร มหัจฉริยวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการเงิน บริษัท ไทยออยล์ (TOP) เปิดเผยว่า ภายหลังผลประกอบการของบริษัทไตรมาส 2 ออกมามีผลขาดทุน 1,500 ล้านบาท แต่ทางสถาบันจัดอันดับเครดิตไม่ว่าจะเป็นมูดี้ส์ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ และฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเทศไทย ยังคง อันดับเครดิตของ TOP ในระดับเดิม ที่ Baa1 BBB และ AA ตามลำดับ เพราะมองว่าผลขาดทุนเป็นผลระยะสั้นเท่านั้น
“ทางสถาบันจัดอันดับได้ทบทวนฐานะบริษัทอย่างสม่ำเสมอ หลังผลงานไตรมาส 2 ออกมา ก็ไม่มีการเปลี่ยนอันดับเครดิตแต่อย่างใด” น.ส.ศิริพร กล่าว
ทั้งนี้ งบการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่ง โดยอัตราหนี้สินต่อกำไรก่อนหักภาษีในสิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.3 เท่า เพิ่ม ขึ้นจากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 0.9 เท่า แต่ยังไม่สูงเกินกว่าระดับที่กำหนดไม่ให้เกิน 2 เท่า และอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) อยู่ที่ระดับ 0.3 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.2 เท่า แต่ตามนโยบายกำหนดไม่เกิน 1 เท่า
สาเหตุที่บริษัทมีผลขาดทุน 1,564 ล้านบาทในไตรมาส 2 นั้น สาเหตุหลักมาจากขาดทุนจากคงคลังน้ำมัน 1,100 ล้านบาทในธุรกิจโรงกลั่น ซึ่งต้องสำรองในระดับ 8 ล้านบาร์เรลต่อเดือน
นอกจากนี้ ส่วนต่างราคาของพาราไซลีน ลดลงจาก 534 เหรียญสหรัฐต่อตันในไตรมาสแรก มาอยู่ที่ระดับ 435 เหรียญสหรัฐ ทำให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจอะโรเมติกส์อยู่ที่ 127 เหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าไตรมาสแรกอยู่ที่ระดับ 155 เหรียญสหรัฐ
นายฉัตรฐาพงศ์ วังธนากร ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการพาณิชย์ TOP ประเมินราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 3 นี้ น่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 103 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลไตรมาส 4 อยู่ที่ 105 เหรียญสหรัฐ และทั้งปีน่าจะอยู่ที่ระดับ 104.3 เหรียญสหรัฐ
ด้าน คณะกรรมการบริษัท เกียรติธนาขนส่ง (KIAT) มีมติให้จัดตั้งบริษัท เกียรติธนากรีนเพาเวอร์ ในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อประกอบธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวล โดยบริษัทถือหุ้นจำนวน 88.33% ของทุนจดทะเบียน







