
หุ้นไทยผันผวนปิดเช้าบวก1.16จุด
หุ้นไทยยังผันผวนดัชนีปิดภาคเช้าที่ 1,316.57 จุด เพิ่มขึ้น 1.16 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,077 ล้านบาท
หุ้นไทยยังผันผวนดัชนีปิดภาคเช้าที่ 1,316.57 จุด เพิ่มขึ้น 1.16 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,077 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ย.ปิดที่ 1,316.57 จุด เพิ่มขึ้น 1.16 จุด หรือ 0.09 % ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 16,077.59 ล้านบาท โดยตลอดช่วงเช้าดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนทั้งแนวบวกสลับกับแนวลบ จนสามารถมาปิดบวกได้ 1.16 จุด
บล.บัวหลวง ระบุว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นวันนี้ให้แนวรับ 1,300 จุด และยังเป็นจุดขายตัดขาดทุน ขณะที่แนวต้าน 1,330 จุด โดยมองภาพระยะกว่า 1 เดือน หุ้นไทยยังขาดแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้ดัชนีในเดือน กย. ยังคงแกว่งผันผวน ปัจจัยลบยังเป็นเรื่องข่าวสงครามฉุดบรรยากาศลงทุน ขณะที่ผู้นำวิปรัฐฯและฝ่ายค้าน สหรัฐฯ ส่งสัญญาณสนับสนุนการโจมตี ซีเรีย ส่วนปัจจัยในประเทศรมว.คลัง เผยเลื่อน พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เข้าสภาสัปดาห์หน้า
บล.เคทีซีมิโก้ มองตลาดลงต่อ เพราะมีความกังวลต่อการลดคคิวอีในกลางเดือนนี้ และจะกลับมาเป็นประเด็นหลักที่ส่งผลลบต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ให้แนวต้านหลัก 1,330-1,335 จุด แนวรับ 1,305-1,295 จุด ขณะที่แนวโน้มสูงที่สหรัฐฯจะรายงานเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ล่าสุดรายงานการผลิต ส.ค. สูงสุดรอบกว่า 2 ปี
ส่วนวันนี้จับตา รายงาน Fed Beige Book หากมีสัญญาณภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จะส่งผลให้โอกาสลดขนาดคิวอีมีสูงขึ้น) และวันศุกร์จะรอรายงานจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งตลาดคาดว่าจะมีการจ้างงานที่สูงขึ้น ส่วนปัจจัยรอง คือ ความเสี่ยงของการเกิดสงครามในซีเรีย มีโอกาสเพิ่มขึ้น หลังจากผู้นำเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยในสภาคองเกรส ต่างเห็นชอบกับข้อเสนอโจมตีซีเรียของประธานาธิบดี โอบามา (รอผลโหวตของสภาคองเกรสวันจันทร์ที่ 9 ก.ย.)
แนะนำทยอยลดพอร์ต หุ้นขนาดใหญ่ที่อิงการบริโภคในประเทศ เช่น แบงก์ บ้าน ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง ฯลฯ คาดราคาหุ้นจะกลับมาอ่อนตัว หลังแนวโน้มกำไร บจ.ลดลง หากเกิดกระแสเงินทุนไหลออกจากกรณีคิวอี และอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัว เนื่องจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น และแนะนำสะสมเมื่ออ่อนตัว หุ้นอิงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โรงแรม นิคมอุตสาหกรรม รวมถึงเก็งกำไร หุ้นพลังงาน
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,290 ล้านบาท ปิดที่ 329.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท (+1.23%)
PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 911 ล้านบาท ปิดที่ 168.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท (+1.82%)
TOP มูลค่าการซื้อขาย 747 ล้านบาท ปิดที่ 58.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท (+5.88%)
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 737 ล้านบาท ปิดที่ 295.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท (+3.15%)
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 639 ล้านบาท ปิดที่ 247.00 บาท ลดลง 3.00 บาท (-1.20%)







