
ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ไทยร่วมทุนบุกที่ปรึกษาอาเซียน
พีดับบิวซีไทยตั้งบริษัทร่วมทุนบุกเป็นที่ปรึกษาอาเซียนรับเออีซี ยันภูมิภาคนี้จะเติบโตสูงในระยะ 35 ปี
พีดับบิวซีไทยตั้งบริษัทร่วมทุนบุกเป็นที่ปรึกษาอาเซียนรับเออีซี ยันภูมิภาคนี้จะเติบโตสูงในระยะ 35 ปี
นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน บริษัท พีดับบลิวซี ประเทศไทย หรือไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดตั้งธุรกิจร่วมทุนในการให้บริการธุรกิจที่ปรึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับบริษัทในเครือข่ายจากนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สหรัฐและในภูมิภาคเดียวกัน ภายใต้ชื่อ South East Asia Consulting Joint Venture หรือ SEAC โดยการร่วมทุนนี้มีสัดส่วนการลงทุนมาจากพีดับบลิวซีในอาเซียน (ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว และกัมพูชา) 70% และ 30% จากพีดับบลิวซีในประเทศพัฒนาแล้ว อย่างนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งบริษัทดังกล่าวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของงานด้านที่ปรึกษาของบริษัทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ยังได้รับแรงขับเคลื่อนจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 68% ระหว่างปี 2552-2556 และยังมีการคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตจะยิ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ มีการสำรวจกันว่าตลาดธุรกิจที่ปรึกษาธุรกิจในอาเซียนมีมูลค่ารวมกันอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555
สำหรับพีดับบลิวซีประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการลูกค้า ในระดับที่เป็นภูมิภาคมากขึ้น มีการจัดสรรและบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลของพีดับบลิวซีในแต่ละสำนักงานทั่วโลก เพื่อให้สามารถทำงานให้แก่ลูกค้าในแต่ละโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาด
นายเดเร็ก คิดลีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการร่วมทุนธุรกิจที่ปรึกษาของพีดับบลิวซี กล่าวว่า บริการธุรกิจที่ปรึกษาหลักที่น่าจะเข้ามามีบทบาทและได้รับความนิยมมากที่สุดในอาเซียน ได้แก่ การบริหารจัดการบุคลากรในองค์กร ดิจิตอลเทคโนโลยี และการพัฒนาความยั่งยืนขององค์กร
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมธุรกิจที่ปรึกษาจะเห็นการควบรวมกันมากขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยบริษัทที่ปรึกษาขนาดเล็กจะได้รับแรงกดดันให้ต้องเพิ่มขีดความสามารถหรือหาพันธมิตรเพื่อความอยู่รอด ในขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่ก็อาจจะต้องมีการปรับโครงสร้างการทำธุรกิจโดยจับกลุ่มลูกค้าและบริการให้เป็นระดับภูมิภาคมากขึ้น







