posttoday
ปรับตัวเสริมความเก๋า

ปรับตัวเสริมความเก๋า

26 เมษายน 2553

....ฐาปนา

วันนี้อยากเล่าถึงเรื่องของ “ความเก๋า” และ “ความเก่า” สักหน่อย

สำนักข่าว AFP รายงานเรื่องของบริษัท Pleyel ผู้ผลิตเปียโนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่ยังดำเนินการอยู่ โดยนับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นก่อตั้งธุรกิจโดยนักแต่งเพลงชื่อ Ignace Pleyel แล้ว มาจนถึงวันนี้ Pleyel ก็ได้ดำเนินการผลิตเปียโนคุณภาพดีมาถึง 203 ปีแล้ว และผู้บริหารก็ภาคภูมิใจมากกับประวัติศาสตร์อันยาวนานขององค์กรที่อยู่มานานกว่า 2 ศตวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในศตวรรษที่ 19 บริษัทได้เคยผลิตเปียโนให้กับนักดนตรีที่โด่งดังที่สุดของโลกคนหนึ่ง คือ โชแปง

อย่างนี้แล้วจะไม่ให้บอกว่า “เก๋า” และ “เก่า” ได้อย่างไร

แต่ความเก๋า ความเก่า และประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน อาจจะไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เกิดคำว่า ประสบความสำเร็จได้อย่างยาวนานในแง่ของการค้า เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ บริษัทอันเป็นที่ภาคภูมิใจของฝรั่งเศสแห่งนี้ต้องประสบปัญหาอย่างหนัก เนื่องจากคู่แข่งจากตะวันออกมาแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ผลิตเปียโนจากจีนและเกาหลี

ถึงตอนนี้เปียโนจากจีนและเกาหลีที่มีราคาค่อนข้างต่ำ คือ ประมาณ 2,000 ยูโร ได้ครองตลาดโลกไปแล้วประมาณ 80% ของเปียโนที่มีผู้ซื้อในแต่ละปี เรียกได้ว่า เกิดการ “ตีตลาด” อย่างรุนแรง เป็นเหมือนพายุลูกใหญ่ที่ผู้ประกอบการเดิมๆ จากยุโรปต้องซวนเซอย่างหนัก

ด้วยเหตุนี้เอง Pleyel ที่อยู่มานานกว่า 200 ปี จึงต้องปรับตัวอย่างมาก เพื่อให้สามารถอยู่รอดบนการแข่งขันอันดุเดือด โดยในขณะนี้ Pleyel ได้ตัดสินใจหันไปเน้นเรื่องงานศิลปะ โดยออกแบบเปียโนรูปแบบใหม่ๆ ที่ดูหรูหรา เน้นขายเศรษฐีที่ยอมควักกระเป๋าจ่ายแพงๆ ทำให้ตอนนี้เปียโนของ Pleyel มีราคาสูงขึ้นไปถึง 9.5 หมื่นยูโรเลยทีเดียว เช่น แกรนด์เปียโนสีโทนม่วง ภายในตกแต่งด้วยเทอร์คอยส์ ขาตั้งใส ซึ่ง Arnaud Marion ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Pleyel บอกว่า ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเปียโนตัวนี้กำลังลอยอยู่กลางอากาศ

เขายังบอกอีกว่า ที่ผ่านมานานกว่า 2 ศตวรรษนี้ เปียโนมีแต่รูปทรงเดิมๆ มาตลอด เกิดเป็นรูปลักษณ์ ที่ล้าสมัย ด้วยสีเข้มที่ให้ความรู้สึกเหมือนบรรยากาศงานศพ แต่ปัจจุบันเมื่อตลาดตกแต่งภายในของบ้านเรือนต่างๆ เปลี่ยนไป การออกแบบเปียโนก็ต้องปรับตัวตามไปด้วย เพื่อให้สามารถเข้าไปตั้งตระหง่านเป็นส่วนหนึ่งของบ้านสมัยใหม่ที่มีดีไซน์ได้ และแน่นอนว่า เปียโนรูปลักษณ์ใหม่เหล่านี้สามารถทำราคาสูงขึ้นได้ด้วย เป็นการ “หนี” ออกไปจากตลาดเดิมๆ ได้อย่างสวยงาม

ตอนนี้คนงานที่เป็นช่างฝีมือของ Pleyel เน้นการผลิตเฉพาะเปียโนเพื่อรองรับสิ่งที่เรียกว่า “ตลาดบน” เท่านั้น ทำให้ต้องลดกำลังการผลิตลงจากที่เคยทำได้ปีละ 1,700 ตัว เหลือเพียงปีละ 25 ตัว แต่นั่นก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่คุ้มค่า ไม่เพียงแต่จะหนีคู่แข่งที่ราคาต่ำกว่าเท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับตัวรับตลาดที่มีความต้องการในเชิงปริมาณลดลงด้วย เช่น ตลาดในฝรั่งเศสเอง ที่เมื่อ 2030 ปีก่อนเคยมีผู้ต้องการซื้อเปียโนประมาณปีละ 4.5 หมื่นตัวมาถึงตอนนี้กลับมีผู้ซื้อแค่เพียงประมาณ 8,000 ตัวต่อปี ดังนั้น การลดกำลังการผลิตจึงน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมของ Pleyel

ผู้บริหารของบริษัทยอมรับว่า เมื่อไม่นานมานี้ Pleyel ได้ตกอยู่ในห้วงของวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ แต่การปรับตัวนี้ ก็น่าจะทำให้บริษัทฟื้นคืนมาอยู่ในตลาดได้ต่อไป และน่าจะสามารถเปลี่ยนตัวเลขจากขาดทุนเป็นกำไรได้ในไม่ช้า

ผู้บริหารของ Pleyel ย้ำว่า ตอนนี้ลูกค้าคือคนที่ต้องการเครื่องดนตรีชั้นดีที่ทำโดยดีไซเนอร์ เพื่อให้เป็นงานที่โดดเด่นในระดับมาสเตอร์พีซ และ Pleyel ก็ทำมันขึ้น เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าที่เป็นคนระดับสูง

กรณีของ Pleyel นี้ เป็นเรื่องที่ถือได้ว่ามีความน่าสนใจ ในประเด็นที่ว่า ความเก๋าและความเก่า ไม่ได้ทำให้อยู่รอดเสมอไป บนการตลาดที่เปลี่ยนแปลง บนโลกที่เปลี่ยนผัน และหากใครที่คิดว่าเก๋า คิดว่าเก่า แล้วจะสามารถอยู่ยงคงกระพัน คงจะต้องคิดใหม่ว่า เมื่อโลกเราเปลี่ยนแปลง ธุรกิจก็เปลี่ยนไป และคนที่จะยืนอยู่ได้ คือคนที่สามารถเดินตามให้ทันโลก หรือเดินไปก่อนหน้าคู่แข่ง

ส่วนคนที่เดินช้า หรือยังคิดอยู่แต่การย่ำอยู่กับที่ เพราะเชื่อมั่นในความเก๋า และความเก่าของตัวเอง ก็เปรียบเสมือนผู้ที่รอวันขุดหลุมฝังศพตัวเองเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน การปรับตัวก็จะต้องปรับตัวอยู่บนรากฐานที่มั่นคง และเดินตามเกมให้ถูกต้อง ด้วยความมั่นใจว่า อะไรคือความต้องการของตลาด อะไรคือความต้องการของลูกค้า

ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ หรือไม่ว่ายุคไหน ก็เป็นพระเจ้าของผู้ประกอบการเสมอ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน