posttoday
ทูตสหรัฐมองอาเซียน

ทูตสหรัฐมองอาเซียน

03 กันยายน 2556

สหรัฐอเมริกามีสัมพันธ์ใกล้ชิดมายาวนานกับหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งประเทศไทยและได้ประกาศนโยบายชัดเจนว่า จากนี้ไปจะยิ่งเพิ่มน้ำหนักความสำคัญ พร้อมกับกระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคนี้ให้มากยิ่งขึ้น

สหรัฐอเมริกามีสัมพันธ์ใกล้ชิดมายาวนานกับหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งประเทศไทยและได้ประกาศนโยบายชัดเจนว่า จากนี้ไปจะยิ่งเพิ่มน้ำหนักความสำคัญ พร้อมกับกระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคนี้ให้มากยิ่งขึ้น

วันนี้ลองมาฟังมุมมองของชาวอเมริกันที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลสหรัฐกันบ้างว่า มองอาเซียน มองไทยอย่างไร

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก คริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยมาบ้างพอสมควร หรืออาจพูดได้ว่า ท่านเป็นทูตสหรัฐคนหนึ่งที่ใกล้ชิด เป็นกันเองกับคนทั่วไปมาก และไม่ได้เป็นคนหน้าใหม่สำหรับอาเซียนเลย เพราะก่อนหน้านี้ท่านเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศฟิลิปปินส์ในช่วงปี 25492553 และได้มาปฏิบัติหน้าที่ในเมืองไทยประมาณ 2 ปีครึ่ง นับตั้งแต่ปี 2554

ท่านทูตเคนนีย์มองภาพการรวมตัวของประชาคมอาเซียนว่า เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ที่ประชาชนของประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ จะสามารถเดินทางไปมาหาสู่ได้อย่างสะดวกมากขึ้น อาเซียนมีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีประชากรรวมกันมากถึง 600 ล้านคน จึงเป็นโอกาสดีที่สหรัฐจะได้ทำงานร่วมกับผู้คนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ท่านทูตมองว่า ประเทศไทยเปรียบเสมือนศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของอาเซียน ซึ่งไทยมีความพร้อมด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะด้านการบินที่ผู้คนส่วนใหญ่จะต้องบินเข้ามาประเทศไทยก่อน เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียน จึงทำให้ไทยค่อนข้างเป็นผู้นำในด้านนี้

ขณะที่หากพูดถึงการท่องเที่ยว ไทยและสิงคโปร์ค่อนข้างมีศักยภาพในการเป็นผู้นำ เมื่อเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว เชื่อว่าจะมีผู้คนมากมายเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอาเซียน

“ประเทศอาเซียนมีความแตกต่าง มีความหลากหลายทั้งด้านภาษา อาหาร ศาสนา วัฒนธรรม ถือเป็นจุดแข็งในการรวมตัวกัน ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรค เพราะอาเซียนได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ไทยเองก็ทำงานกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา พม่า อย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน”

สำหรับสหรัฐอเมริกา ท่านทูตบอกว่า จะพยายามเข้ามาช่วยให้อาเซียนรวมตัวกันได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2558 ซึ่งสหรัฐได้ทำงานร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน รวมถึงทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกอาเซียนอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ มองว่า สิ่งท้าทายของอาเซียน คือ การทำงานร่วมกัน การบูรณาการระบบและคน ซึ่งต้องการการร่วมมือและทำงานร่วมกันอย่างหนัก โดยอาจต้องใช้เวลาในการทำงาน แต่สุดท้ายอาเซียนจะกลายเป็นโอกาสที่ดีของทุกๆ ประเทศ

สำหรับแง่ชีวิตส่วนตัวนั้น ท่านทูตเคนนีย์ เล่าว่า การได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอาเซียนทั้งฟิลิปปินส์และไทย เป็นโอกาสดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมอเมริกันอย่างมาก วัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งสวยงาม ผู้คนมีอัธยาศัยดีและต้อนรับคนต่างชาติอย่างดี

แต่เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสุดโปรด ก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าชอบที่ไหนมากที่สุด เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยต่างสวยงามทั้งนั้น ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน ก็ต้องติดใจไปหมด เช่น ไปเชียงใหม่ก็ชอบเชียงใหม่ ไปขอนแก่นก็ชอบ พอไปนครศรีธรรมราชก็ชอบอีก

“ดิฉันชอบสถานที่ที่มีความแตกต่าง หลากหลายทางวัฒนธรรมและอาหารแปลกใหม่ ส่วนเมนูโปรดชอบกินข้าวซอย ส้มตำ ยำส้มโอ และล่าสุดที่ได้ลอง คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ”

ระหว่างให้สัมภาษณ์ ท่านทูตพูดภาษาอังกฤษสลับกับภาษาไทยตลอด จนอดถามไม่ได้ว่า มาอยู่เมืองไทยแค่ไม่กี่ปี แต่ทำไมพูดไทยได้ดีแบบนี้ ท่านจึงเฉลยว่า ตอนนี้มีอาจารย์คนไทยมาสอนพูดไทยสัปดาห์ละครั้ง แถมยังได้ฝึกพูดกับคนไทยที่ทำงานร่วมกันอีก และเรียนแบบนี้มาตั้งแต่อยู่เมืองไทยเลยทำให้พูดได้คล่องอย่างนี้

เห็นความพยายามของท่านทูตแบบนี้แล้ว อาจเป็นแรงบันดาลใจให้บางคนลองไปฝึกพูดภาษาอังกฤษให้คล่องรับการเปิดประชาคมอาเซียนกันบ้าง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท