
ขึ้นแอลพีจีไม่ระคายเงินเฟ้อ
แบงก์คาดทั้งปีเงินเฟ้อทรงตัวต่ำ2.5%ชี้คนระวังจับจ่ายปรับราคาสินค้ายาก
แบงก์คาดทั้งปีเงินเฟ้อทรงตัวต่ำ2.5%ชี้คนระวังจับจ่ายปรับราคาสินค้ายาก
แบงก์ประเมินเงินเฟ้อไทยอยู่ที่ 2.42.5% แม้ปรับขึ้นแอลพีจี เชื่อประชาชนปรับตัวรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ทยอยปรับขึ้นราคาขายปลีกแอลพีจีภาคครัวเรือน จาก 18.13 บาทต่อกิโลกรัม จนไปสู่ระดับที่สะท้อนต้นทุนโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ 24.82 บาท จะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือให้ซื้อแอลพีจีในราคาเดิมต่อไป
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ประเมินอีกว่า ครัวเรือนทั่วไปจะมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ย โดยภาคครัวเรือนส่วนใหญ่จะใช้ก๊าซหุงต้มแบบถังขนาด 15 กิโลกรัม เฉลี่ยเดือนละ 1 ถัง การทยอยปรับขึ้นราคากิโลกรัมละ 0.50 บาทต่อเดือน ทำให้ครัวเรือนมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแต่ละเดือน 7.50 บาท ซึ่งประชาชนทั่วไปน่าจะสามารถปรับตัวกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้ได้ และเมื่อราคาแอลพีจีปรับขึ้นไปจนสะท้อนต้นทุนปี 2557 ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 90 บาทต่อเดือน คิดเป็น 0.4% ของรายได้เฉลี่ยครัวเรือนต่อเดือน
ขณะที่ราคาแอลพีจีที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ต้นทุนอาหารสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย และไม่ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ เพราะการปรับราคาแอลพีจีจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่เกิน 0.35 บาทต่อจาน ถือว่าน้อยมาก แม้ผู้ประกอบการมีแนวโน้มฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาอาหาร แต่จะไม่มีนัยสำคัญต่อเงินเฟ้อ โดยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อไตรมาส 4 หลังจากปรับขึ้นราคาแอลพีจีจะอยู่ที่ 2.4%
ขณะที่ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. และแนวโน้มเดือน ก.ย. โดยประเมินว่า โดยประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับผ่อนคลายอย่างต่อเนื่องจากช่วงต้นปี โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันมาที่ 1.59% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 46 เดือน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมาก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือน ก.ย. 2556 อาจขยับขึ้นจากเดือนก่อนหน้าอย่างน้อย 0.15% จากหลายปัจจัยที่ส่งผลพร้อมกัน ได้แก่ ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ขยับตามทิศทางตลาดโลกหากสถานการณ์ตึงเครียดในซีเรียยังไม่สิ้นสุดลง การเพิ่มค่าผ่านทางพิเศษ เพิ่มค่าไฟฟ้าเอฟที และปรับเพิ่มราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน อย่างไรก็ดี ผลของฐานที่สูงในช่วงเดียวกันปีก่อนอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.ย. 2556 อยู่ในกรอบประมาณ 1.41.7% ซึ่งยังคงใกล้เคียงกับเดือน ส.ค. 2556
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2556 ไว้ที่ 2.5% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานไว้ที่ 1.1% ตามเดิม โดยคงต้องจับตาการเคลื่อนไหวของราคาขายปลีกพลังงานในประเทศ ที่อาจขยับขึ้นตามแผนการปรับโครงสร้างราคา และทิศทางในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การระมัดระวังการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน และการทยอยปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยังคงค่อยเป็นค่อยไป อาจทำให้การเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไม่สูงขึ้นไปกว่า 2.5% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงยังคงตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2556 ที่ 2.5% จากกรอบคาดการณ์ 2.22.7% ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานน่าจะอยู่ที่ 1.1% โดยมีกรอบคาดการณ์อยู่ที่ 0.91.3%”รายงานระบุ
อัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค. 2556...ยังต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
แรงกดดันเงินเฟ้อของไทยในเดือนส.ค. 2556 ยังผ่อนคลายลงต่อเนื่อง โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 46 เดือนที่ 1.59% (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากระดับ 2.00% (YoY) ในเดือนก.ค. 2556 ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง มาอยู่ที่ 0.75% (YoY) เดือนส.ค.2556 จากระดับ 0.85% (YoY) ในเดือนก.ค. ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดนี้ ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่และศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ไว้ค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ ดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคเดือนส.ค.2556 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 0.01% (MoM) ตามการปรับตัวลงของราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ (1.01% MoM ตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก) และราคาในหมวดผัก/ผลไม้ (1.78% MoM เนื่องจากเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต) ซึ่งช่วยหักล้างผลการขยับขึ้นของราคาสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์/เป็ดไก่/สัตว์น้ำ (+1.32% MoM) อาหารสำเร็จรูป (+0.19% MoM) และไข่/ผลิตภัณฑ์นม (+0.96% MoM) ที่ได้รับแรงผลักดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ขยับขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนก.ย. 2556 อาจขยับขึ้นอย่างน้อย 0.15% (MoM) อย่างไรก็ดี ผลของฐานที่สูงในเดือนก.ย.2555 อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนก.ย. 2556 อยู่ในกรอบประมาณ 1.41.7% (YoY) ซึ่งยังคงใกล้เคียงกับ 1.59% (YoY) ในเดือนส.ค. 2556
สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปีนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประเมินว่า ราคาขายปลีกพลังงานในประเทศ ที่อาจจะขยับขึ้นตามแผนการปรับโครงสร้างราคาและตามทิศทางราคาในตลาดโลกนั้น น่าจะเป็นปัจจัยหนุนทิศทางเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี







