
ความรุนแรงทางการเมือง ฉุดบาทร่วงช่วงปลายสัปดาห์
....วารุณี สิทธิถาวร
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (1923 เม.ย. 2553) เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าในช่วงต้นสัปดาห์ แต่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงหลังสถานการณ์การเมืองรุนแรงขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ โดยปรับตัวในช่วง 32.1032.48 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากปรับตัวในกรอบแคบๆ ในสัปดาห์ก่อนเนื่องจากตลาดเปิดทำการเพียง 2 วันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเปิดทำการวันแรกเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากช่วยปลายสัปดาห์ โดยอยู่ที่ระดับ 32.26 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันจันทร์ และมีแนวโน้มอ่อนค่าลงหลังได้รับปัจจัยลบจากปัญหาการเมืองในประเทศ และแรงกดดันจากความต้องการดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นภายหลังมีข่าวว่า กลต. สหรัฐฯ มีการตั้งข้อหาการฉ้อโกงต่อบริษัทโกลด์แมน แซคส์ เกี่ยวกับการทำตลาดผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ที่เกี่ยวกับ สินเชื่อซับไพร์ม ขณะเดียวกันความเชื่อมั่นของ นักลงทุนยังถดถอยลงหลังรายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทเอกชนสหรัฐฯ และการลดลงเกินคาดของความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ต่างเป็นข้ออ้างให้นักลงทุนมีการขายทำกำไรออกมา ซึ่งฉุดให้เงินบาทร่วงลงสู่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังบรรยากาศการลงทุนเริ่มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากความกังวลต่อปัญหาของโกลด์แมน แซคส์ เริ่มผ่อนคลายลง ประกอบกับปัจจัยบวกจากผลประกอบการบริษัทเอกชนสหรัฐฯ หลายแห่งออกมาดีเกินคาด ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียปรับตัวดีขึ้น ขณะที่เงินบาทปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 32.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงกลางสัปดาห์ อย่างไรก็ดีสถานการณ์การเมืองที่รุนแรงและเหตุระเบิดในช่วงค่ำวันพฤหัสบดีฉุดให้เงินบาทร่วงสู่ระดับ 32.32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์
ในช่วงต้นสัปดาห์เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.26 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงเทียบกับ 32.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในช่วงเช้าวันจันทร์
เนื่องจากยังมีแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากความวิตกต่อปัญหาการเมืองในประเทศ หลังเจ้าหน้าที่มีการเข้ามาดูแลสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง โดยมีการตรึงกำลังทุกจุดที่จะผ่านเข้าสู่ถนนสีลมในช่วงเช้า หลังจากที่กลุ่มเสื้อแดงประกาศจะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 20 เม.ย. เพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภา
ขณะเดียวกันเงินบาทยังอ่อนค่าลงเช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเป็นส่วนใหญ่ โดยได้ผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นเอเชียที่เช้านี้เปิดทำการในแดนลบถ้วนหน้า โดยเป็นการปรับตัวตามตลาดหุ้นวอลสตรีตที่ปรับตัวลงอย่างมากในช่วงปลายสัปดาห์ หลังมีข่าวว่า ก.ล.ต.สหรัฐมีการตั้งข้อหาการฉ้อโกงต่อบริษัท โกลด์แมน แซคส์ เกี่ยวกับการทำตลาดผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ที่เกี่ยวกับสินเชื่อซับไพรม์
ขณะเดียวกันความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังถดถอยลงหลังรายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทเอกชนสหรัฐ และการลดลงเกินคาดของความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่างเป็นข้ออ้างให้นักลงทุนมีการขายทำกำไรออกมา หลังจากที่ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียที่ย่ำแย่ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่ได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากความวุ่นวายทางการเมือง ส่งผลให้เงินบาทร่วงลงสู่ระดับ 32.28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงเช้าวันอังคาร โดยเงินบาทปรับตัวขึ้นตามสกุลเงินภูมิภาค โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวขึ้นของตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อปัญหาของโกลด์แมน แซคส์ ในระดับหนึ่ง
ขณะเดียวกันผลประกอบการที่ดีเกินคาดของซิตี้ กรุ๊ป และการคาดการณ์ในเชิงบวกเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทเอกชนสหรัฐ ที่จะประกาศออกมาในช่วงนี้ ยังหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเป็นปัจจัยบวกต่อภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียและช่วยหนุนให้ค่าเงินภูมิภาคปรับแข็งค่าขึ้น
อย่างไรก็ดี เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นนำสกุลเงินภูมิภาค โดยอยู่ที่ระดับ 32.14 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันอังคารหลังตลาดหุ้นไทยพุ่งขึ้นไปปิดในแดนบวกหลังจากที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง
ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในช่วงกลางสัปดาห์ โดยเปิดตลาดที่ระดับ 32.13 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพุธ และมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น โดยปรับตัวในทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาคที่เช้านี้ปรับแข็งค่าขึ้นเป็นส่วนใหญ่ หลังยังคงมีกระแสเงินไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาค
ทั้งนี้ การดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นวอลสตรีตโดยได้แรงหนุนหลังแอปเปิล อิงก์ เผยผลประกอบการออกมาดีเกินคาด ซึ่งย้ำความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนหลังจากในช่วงก่อนหน้า บริษัท โกลด์แมน แซคส์ และซิตี้ กรุ๊ป เผยผลประกอบการในระดับที่แข็งแกร่งเช่นกัน ทำให้นักลงทุนมีการคาดการณ์ในเชิงบวกมากขึ้นต่อเศรษฐกิจโลกและกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงให้ปรับตัวขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ซึ่งหนุนให้ค่าเงินภูมิภาคปรับแข็งค่าขึ้นเป็นส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับเงินบาทที่ปรับตัวสู่ระดับ 32.07 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนจะร่วงลงแตะระดับ 32.16 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อันเป็นผลจากการร่วงลงของตลาดหุ้นที่ปรับตัวผันผวนตามกระแสข่าวการเมืองที่เข้ามากระทบตลาด โดยสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจนยังคงเป็นแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงนี้ ขณะที่ในช่วงบ่าย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.25% ตามคาด
ทั้งนี้ เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงและร่วงลงสู่ระดับ 32.32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ หลังสถานการณ์การเมืองรุนแรงขึ้นและเกิดเหตุระเบิดบริเวณสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงในช่วงค่ำวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งผลกระทบจากปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นไม่เพียงฉุดให้เงินบาทอ่อนค่าลงในวันศุกร์ แต่ยังทำให้การปรับตัวของเงินบาทค่อนข้างแย่หากเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคที่ยังคงรักษาช่วงบวกไว้ได้ในช่วงนี้







