
คว้าโอกาสช่วงศก.ฟื้น
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ปัจจัยภายนอกอย่างสภาวะทางเศรษฐกิจในประเทศ มีผลต่อการดำเนินธุรกิจในทุกๆ ด้าน
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ปัจจัยภายนอกอย่างสภาวะทางเศรษฐกิจในประเทศ มีผลต่อการดำเนินธุรกิจในทุกๆ ด้าน
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าเจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้วิธีรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง เพื่อสามารถรอดพ้นแนวโน้มความต้องการบริโภคของประชาชนลดลงอย่างเดียวเท่านั้น
เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น ก็ถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจเช่นเดียวกัน เพราะหากไร้แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงเศรษฐกิจสดใส ก็อาจส่งผลให้ธุรกิจถูกคู่แข่งแซงหน้าไปหลีกเลี่ยงไม่ได้
เอพี เปิดเผยบทความเสนอแนะ 3 กลยุทธ์สำคัญสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้สามารถปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสม เพื่อสามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจจากสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
มองการณ์ไกล ลองกลับมาทบทวนแผนธุรกิจจากเดิมที่ตั้งเป้าความสำเร็จเป็นรายวัน เปลี่ยนมาเป็นตั้งเป้าหมายในอนาคตแทน ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า “คุณสามารถบรรลุหรือพ่ายแพ้แผนธุรกิจที่มีอยู่ในมือตอนนี้” และ “จะสามารถปรับปรุงธุรกิจให้แตกต่างหรือดีขึ้นได้อย่างไร”
ถึงเวลากล้าเสี่ยง ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมองว่า การจ้างพนักงานเพิ่มอีก 1 คน หรือการลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ ถือเป็นการกระทำที่มีความเสี่ยง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นไข้
ดังนั้น ในเมื่อเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการจะกล้าเสี่ยง ทำสิ่งที่ไม่กล้าทำเมื่อเศรษฐกิจยังคงชะลอ เพราะหากธุรกิจไม่มีกำลังพลหรือศักยภาพอย่างเพียงพอ ธุรกิจนั้นๆ อาจไม่สามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้
สร้างความเชื่อมั่นต่อพนักงาน เป็นที่รู้กันดีว่า เมื่อสภาพเศรษฐกิจดีขึ้น ตลาดแรงงานดีขึ้น อาจส่งผลให้พนักงานมองหาตำแหน่งงานที่ดีขึ้นเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ การสร้างความเชื่อมั่นต่อพนักงาน จึงเป็นภารกิจสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องเร่งดำเนินการเพื่อดึงตัวพนักงานที่มีคุณภาพไว้ให้ได้
มาเรีย มาติเนซ เจ้าของบริษัทจัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ เปิดเผยเคล็ดลับสร้างความเชื่อมั่นต่อพนักงาน เช่น การจัดตารางทำงานที่ยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถมาทำงานสายหรือกลับบ้านก่อนเมื่อจำเป็น ตลอดจนการให้โบนัสพิเศษเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานได้รับรู้ว่า บริษัทมีความหวังดีต่อพนักงาน และสร้างความรู้สึกว่า บริษัทเป็นเหมือนดังบ้านหลังที่สองที่ต้องช่วยดูแล n







