
ซีพีเอฟ ผลักดันอาชีพยั่งยืน สู่เกษตรกรคอนแทรกต์ฟาร์ม
การมีอาชีพที่มั่นคงและประสบความสำเร็จในอาชีพ นับเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะพบกับความสำเร็จได้ บางคนต้องล้มลุกคลุกคลาน
โดย..ทีมงานธุรกิจติดดาว
การมีอาชีพที่มั่นคงและประสบความสำเร็จในอาชีพ นับเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะพบกับความสำเร็จได้ บางคนต้องล้มลุกคลุกคลาน หรือผ่านอาชีพมาอย่างหลากหลายกว่าจะค้นพบสิ่งที่เหมาะสมกับตนเอง เพ็ญ สังข์นาค ก็ไม่ต่างกัน เพราะกว่าจะมีวันที่ประสบความสำเร็จในอาชีพเช่นวันนี้ เขาต้องพบกับความผิดหวังหลายต่อหลายครั้ง ทั้งทำไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย เลี้ยงวัวนม เลี้ยงแกะ ฯลฯ เรียกว่าพบแต่การขาดทุนมาตลอด แต่แล้วในที่สุดเขาก็ค้นพบอาชีพที่สร้างความมั่นคงให้แก่เขาและครอบครัว นั่นคือ อาชีพเลี้ยงหมูในระบบคอนแทรกต์ฟาร์ม อาชีพที่เปลี่ยนชีวิต สร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับเกษตรกรผู้นี้มาตลอดระยะเวลา 16 ปี
เพ็ญ สังข์นาค เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรขุน เจ้าของฟาร์มเพ็ญ สังข์นาค ใน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เปิดใจเล่าถึงความสำเร็จในอาชีพเลี้ยงหมูว่า กว่าจะถึงวันนี้ได้ ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ทำไร่ข้าวโพด เลี้ยงวัวนมก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะประสบปัญหาภัยแล้ง ทำไร่อ้อยก็เป็นโรค ผลผลิตเสียหาย เลี้ยงแกะ เลี้ยงจิ้งหรีด ทุกอย่างล้วนแต่ประสบกับปัญหารอบด้าน ทั้งการตลาด วิธีการเลี้ยงดูแล เรียกว่าเจอปัญหารอบทิศ กระทั่งเมื่อในช่วงกลางปี 2540 ที่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ส่งผลต่อรายได้ที่มาจุนเจือครอบครัวไม่สม่ำเสมอ ช่วงนั้นจึงเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ที่ทำให้ต้องหาอาชีพที่มั่นคงกว่าที่ทำอยู่ จนได้พบกับอาชีพเลี้ยงหมูในระบบคอนแทรกต์ฟาร์มกับซีพีเอฟ จากคำแนะนำของเพื่อนบ้าน ที่เรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต เพ็ญ สังข์นาค เลยก็ว่าได้ คอนแทรกต์ฟาร์ม เปลี่ยนชีวิต พิชิตความจน
อาชีพเลี้ยงหมูได้เปลี่ยนชีวิตไปสู่ความสำเร็จได้และสามารถส่งต่อเป็นมรดกอาชีพสู่ทายาท ซึ่งเริ่มจากการเลี้ยงหมูขุน 1 โรงเรือน จำนวนสุกร 500 ตัว เมื่อสิ้นสุดการเลี้ยงรุ่นแรก พบว่าผลตอบแทนที่ได้ออกมาดี จึงได้ทำการขยายเพิ่มอีก 1 หลัง ในปีต่อมามีจำนวนสุกรเพิ่มเป็น 1,200 ตัว และมีการขยายเพิ่มอีกจนปัจจุบันมีโรงเรือนทั้งหมด 4 หลัง จำนวนสุกร 2,200 ตัว
เพ็ญ บอกว่า การเลี้ยงหมูขุนในระบบคอนแทรกต์ฟาร์ม เป็นเหมือนการเดินทางลัดสู่ความสำเร็จ เพราะได้บริษัทที่มีประสบการณ์ มีความรู้ มีวิชาการ และการดูแลเกษตรกรอย่างใกล้ชิด ซีพีเอฟและพนักงานทุกคนเอาใจใส่ ดูแลช่วยเหลือเกษตรกรเหมือนญาติมิตร มีการจัดการที่เป็นระบบระเบียบ ด้วยการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยเกษตรกรทำหน้าที่ดูแลเอาใจใส่การเลี้ยงสัตว์ให้ดีที่สุด ตามมาตรฐานที่บริษัทแนะนำ ส่วนบริษัทก็ทำหน้าที่ดูแลในกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพสู่ผู้บริโภค และสิ่งสำคัญที่คลายความกังวลใจของเกษตรกร ก็คือ ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาตลาดผันผวน
นอกจากนี้ ทางบริษัทยังนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาช่วยแนะนำในการเลี้ยงหมู ไม่ว่าจะเป็นระบบโรงเรือนปิด ระบบไบโอแก๊สจากมูลหมู เพื่อนำแก๊สที่ได้มาใช้ประโยชน์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้มากถึง 80% และมูลหมูที่ผ่านการหมักในระบบไบโอแก๊สยังสามารถนำมาเพิ่มมูลค่าเป็นปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดได้อีกด้วย ยังมีนวัตกรรม “ส้วมน้ำ” บริเวณท้ายคอก ที่ช่วยให้พื้นคอกแห้งสะอาด ไม่เกิดความหมักหมม ไม่ต้องใช้คนงาน 23 คนในการโกยขี้หมูออกจากโรงเรือน แค่ใช้แรงงานเพียง 1 คน ก็สามารถดูแลหมู 500 ตัวได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญคือสุขภาพของหมูจะดี เติบโตเร็ว ไม่มีอาการป่วยจึงไม่จำเป็นต้องใช้ยา
ธีระพงษ์ สมบัติหลาย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร เล่าถึงที่มาของการใช้ระบบคอนแทรกต์ฟาร์มและระบบที่ซีพีเอฟดำเนินการอยู่ว่า อาชีพการเกษตรนั้น หากมีที่ปรึกษาและได้รับคำแนะนำที่ดี ก็ทำให้เกษตรกรประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่จะมีเกษตรกรสักกี่คน ได้รับคำปรึกษาและแนะนำที่ถูกต้อง ซึ่งปัญหาของเกษตรกรที่พบโดยส่วนใหญ่ คือ 1.ไม่มีเงินทุน แต่มีที่ดิน และทรัพย์สิน 2.มีเงินทุน แต่ไม่มีความรู้ และไม่รู้จะทำอาชีพอะไร 3.มีความรู้ แต่ไม่รู้จักวิธีการทำตลาด ทำให้เกษตรกรต้องประสบปัญหาด้านราคาสินค้าที่ผันผวน จึงเป็นที่มาของระบบเกษตรพันธสัญญา หรือ Contract Farming
“ในส่วนของซีพีเอฟ ได้นำระบบคอนแทรกต์ฟาร์มมาใช้ในชื่อ โครงการส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย ปัจจุบันมีเกษตรกรร่วมโครงการและประสบความสำเร็จร่วม 5,000 ราย โดยทุกรายจะมีการทำสัญญาข้อตกลงไว้ตั้งแต่ต้น ก่อนจะเริ่มโครงการ ซึ่งจะระบุเงื่อนไขต่างๆ เกี่ยวกับผลผลิต ปริมาณ คุณภาพ ระยะเวลา ตลอดจนมีการให้คำแนะนำทางวิชาการ การชดเชยค่าเสียหาย โดยมีการจัดการเป็นระบบระเบียบชัดเจน โดยเกษตรกรประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ที่เข้าร่วมโครงการกับบริษัทจะเป็นรูปแบบการประกันรายได้ เพราะเป็นเกษตรกรรายย่อย บริษัทจะต้องรับภาระเรื่องความเสี่ยงมากกว่าแบบอื่น ระบบคอนแทรกต์ฟาร์ม ทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์ และไม่ต้องทนกับภาวะการผันผวนของตลาด”
สำหรับการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีมาปรับใช้นั้นย่อมมีการลงทุนเป็นธรรมดา จึงอาจทำให้มีความเข้าใจผิดๆ ว่า เกษตรกรในระบบคอนแทรกต์ฟาร์มต้องลงทุนเพิ่ม จนเกิดเป็นหนี้สิน ทั้งที่จริงๆ แล้วการลงทุนด้านนี้ แต่หากมองในระยะยาวแล้วถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะทำให้ประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ดีขึ้น ผนวกกับความใส่ใจดูแลของเกษตรกรผู้เลี้ยง และความไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาการเลี้ยง รวมทั้งการเปิดรับความรู้ใหม่ๆ ที่ซีพีเอฟนำมาถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จในอาชีพของเพ็ญ จึงเกิดขึ้นได้อย่างไม่ยากนัก ที่สำคัญเกษตรกรต้องมีใจรักและซื่อสัตย์ต่ออาชีพ เท่านี้ความสำเร็จก็ไม่ไกลเกินเอื้อม







