
แบงก์ออมสินลังเลช้อนหุ้นถูก
ธนาคารออมสินไม่กล้าผลีผลามลุยเก็บหุ้น ชี้การเมืองยังไม่ชัดเจน เผยจังหวะเข้า-ออกดูต่างชาติเป็นตัวนำ คุยครึ่งแรกเดือน เม.ย. โกยกำไร 350 ล้าน
ธนาคารออมสินไม่กล้าผลีผลามลุยเก็บหุ้น ชี้การเมืองยังไม่ชัดเจน เผยจังหวะเข้า-ออกดูต่างชาติเป็นตัวนำ คุยครึ่งแรกเดือน เม.ย. โกยกำไร 350 ล้าน
นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มบริหารเงิน ธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงกลยุทธ์การลงทุนว่า ตอนนี้ธนาคารจะเข้าไปซื้อหุ้นในลักษณะค่อยๆ เข้าลงทุน เพราะไม่มั่นใจที่จะเข้าไปในคราวเดียว เนื่องจากสถานการณ์การเมืองยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร จึงยังเป็นความเสี่ยงต่อการลงทุนต่อไป
นอกจากนี้ ธนาคารก็จะดูทิศทางการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติด้วย หากเห็นต่างชาติยังเข้ามาซื้อสุทธิก็จะซื้อตาม เพราะเชื่อว่าจะผลักดันให้ดัชนีหุ้นขึ้นไปได้ แต่หากขายก็ต้องระมัดระวัง
“หลักการลงทุนของเรายอมที่จะเข้าตามหลังต่างชาติแทนที่จะเข้าไปดักหน้า เพราะสถานการณ์ไม่แน่นอน และยอมรับว่าหลังเกิดเหตุระเบิดที่สีลมทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายมาก และการลงทุนรอบนี้คงเหมือนช่วงเดือน เม.ย. 2552 ที่ผ่านมา ที่จะใช้เวลาอย่างน้อย 6-7 เดือน กว่าความเชื่อมั่นจะฟื้นกลับมา ดังนั้นการลงทุนในตอนนี้จึงจะเป็นลักษณะค่อยๆ เข้าไปลงทุนมากกว่า” นายธัชพล กล่าว
ปัจจุบันธนาคารออมสินมีพอร์ตหุ้นเพื่อขายวงเงิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเพียง 500 ล้านบาทเท่านั้น แต่ขณะนี้ลงทุนไปเพียงหลัก 100 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งไม่ได้มีนัยสำคัญต่อตลาดหุ้นมากนัก และไม่มีส่วนผลักดันยอดซื้อสุทธิของสถาบันในประเทศถึง 3,281 ล้านบาท เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา
นายธัชพล กล่าวว่า ในช่วงที่ดัชนีหุ้นมีความผันผวน ธนาคารได้ซื้อและขายหุ้นเกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งช่วง 15 วันแรกของเดือน เม.ย. มีกำไรจากการลงทุนในหุ้นประมาณ 350 ล้านบาท หรือสร้างผลตอบแทนได้กว่า 20% จึงเชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีที่ธนาคารออมสินจะได้รับผลตอบแทนที่ดีอีกปีหนึ่ง
“แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. และ 22 เม.ย. 2553 ทางออมสินก็จะไม่ได้เข้าไปซื้อหุ้นมากนัก เพราะยังรอดูความชัดเจนและรอดูจังหวะ รวมถึงพื้นฐานหุ้นที่จะลงทุน และผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ ซึ่งหลักการลงทุนอย่างนี้เชื่อว่าออมสินยังคงได้รับผลตอบแทนที่ดี” นายธัชพล กล่าว







