
ส่งออกเสียวสลบ ธปท.ลุ้นเศรษฐกิจพงกหัว
ภาคธุรกิจกำลังวิเคราะห์กันมากว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ทรุดลงอย่างต่อเนื่อง 2 ไตรมาส จนเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแต่ถึงจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง ไม่มีใครรู้
ภาคธุรกิจกำลังวิเคราะห์กันมากว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ทรุดลงอย่างต่อเนื่อง 2 ไตรมาส จนเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแต่ถึงจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง ไม่มีใครรู้
“จุดตกท้องช้าง” จึงเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนธุรกิจ ถ้าถึงจุดนั้นเมื่อไหร่ หมายถึงการผงกหัวถีบตัวพุ่งขึ้น
แม้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังประเมินว่า การทรุดตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 2.8% น่าจะเป็นจุดที่ต่ำสุดแล้ว เพราะดัชนีต่างๆ ในเดือน ก.ค. เริ่มปรับตัวดีขึ้น การส่งออกหดตัวลง 1.5% แต่ดีกว่าเดือนก่อนขยายตัว 0.8% การนำเข้าขยายตัว 1.1%
ทว่า ข้อมูลจากผู้ส่งออกที่ถือเป็นหัวรถจักรหลักในการลากเศรษฐกิจไทยอาจไม่เป็นเช่นนั้น
นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย แถลงเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่า จากมูลค่าการส่งออกของไทยเดือน ก.ค. มีมูลค่า 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.48% คิดเป็นมูลค่าเงินบาทกว่า 5.84 แสนล้านบาท ลดลง 3.41% ถือว่าลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3
หากแนวโน้มมูลค่าส่งออกเฉลี่ย 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ยังอยู่ที่ 1.982 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน การส่งออกของไทยจะเติบโตได้เพียง 0.931.37%
“สถานการณ์แบบนี้อันตราย อย่าลืมว่ากำลังซื้อในประเทศหดตัวแรง ยิ่งเมื่อเผชิญกับปัญหาราคาพลังงานขยับขึ้นจากวิกฤตซีเรีย และการขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี ย่อมทำให้กำลังซื้อในประเทศหดตัวตามลงไป หากผสมผสานกับภาวะเงินทุนไหลออก หุ้นตก ครัวเรือนเริ่มเข้าสู่ภาวะฝืดเคือง แม้ในไตรมาส 4 จะเริ่มมีออร์เดอร์เข้ามาให้ผู้ผลิตเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น” นพพร ระบุ
วันเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แถลงตัวเลขทางเศรษฐกิจซึ่งกลับชี้ไปอีกทาง
เมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือน ก.ค. ยังชะลอลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า ตามการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนที่ลดลง โดยเฉพาะจากการซื้อรถยนต์และสินค้าคงทนอื่นที่หดตัวลงมากหลังมาตรการคืนเงินภาษีรถยนต์คันแรกทยอยหมดลง
คำสั่งซื้อใหม่มีน้อยลง ครัวเรือนก็เพิ่มความระมัดระวังการใช้จ่ายจากภาระหนี้ที่สูงขึ้นด้วย ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวติดลบ 0.7% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และติดลบเพิ่มเป็น 0.5% จากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 0.1%
การส่งออกสินค้าก็ลดลงขยายตัวติดลบ 1.3% จากเดือนก่อนหน้า เช่นเดียวกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชนก็หดตัวตามการส่งออก
ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมติดลบเพิ่มเป็น 4.5% จากเดือนก่อนหน้าติดลบ 3.2% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนติดลบ 5.4% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และติดลบ 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 0.4% แม้ว่าการลงทุนในหมวดก่อสร้างยังขยายตัวต่อเนื่อง
ที่ดีขึ้นคือการใช้จ่ายในสินค้าไม่คงทนที่ยังขยายตัวได้สะท้อนจากการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ปริมาณการใช้เชื้อเพลิง และปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
“เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเรา ตอนนี้ยังชะลอตัว แต่ไม่แรง ส่วนการชะลอตัวจะผ่านจุดต่ำสุดแล้วหรือไม่นั้น ธปท.ยังไม่แน่ใจ ต้องรอดูข้อมูลเศรษฐกิจในเดือน ส.ค.นี้อีกเดือน” เมธี กล่าว
เมธี ชี้แจงว่า ถ้าดูจากสัญญาณการใช้จ่ายของประชาชนในระยะต่อไป เชื่อว่ายังมีปัจจัยสนับสนุนที่พร้อมจะเอื้อให้เศรษฐกิจปรับขึ้นได้ จึงเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะพร้อมที่จะขึ้นได้ ไม่น่าจะอยู่ในภาวะตกท้องช้างหรือชะลอต่อไปนานๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามบรรดาผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหุ้นอย่างน้อย 34 ราย ต่างก็ไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะถึงจุดตกท้องช้างเพื่อจะผงกหัวขึ้นแล้วหรือยัง สัญญาณชี้วัดอีกตัวอยู่ที่ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า ถ้าดัชนีนี้ขยับมาเป็นบวกเมื่อไหร่ ดีแน่ แต่ขณะนี้ยังติดลบอย่างต่อเนื่อง







