
4 องค์กรผนึกช่อง 3 ค้านร่างคุมเนื้อหา
4 องค์กรสื่อผนึกผู้ประกอบการเดินหน้าค้านร่างคุมเนื้อหา ขีดเส้นยื่นฟ้องศาลปกครองใน 30 วันหลังประกาศราชกิจจาฯ
4 องค์กรสื่อผนึกผู้ประกอบการเดินหน้าค้านร่างคุมเนื้อหา ขีดเส้นยื่นฟ้องศาลปกครองใน 30 วันหลังประกาศราชกิจจาฯ
องค์กรวิชาชีพสื่อทั้ง 4 องค์กร ประกอบด้วย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ยังคงแสดงจุดยืนคัดค้านร่าง ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ... ที่ได้เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะรอบสุดท้ายไปเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นายปฏิวัติ วสิกชาติ กรรมการสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้เป็นตัวแทนในการแสดงความเห็นคัดค้านพร้อมยื่นหนังสือให้กับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมทั้งวุฒิสภา กรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการ และการบริหารงาน ของกสทช. (ซูเปอร์บอร์ด) และผู้ตรวจการแผ่นดิน
นายปฏิวัติ กล่าวว่า หากกสทช. ยังไม่ยอมปรับเปลี่ยนหรือยืนยันที่จะออกร่างประกาศดังกล่าว ทาง 4 องค์กรวิชาชีพจะยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองฉุกเฉินภายใน 30 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะร่างฉบับนี้ทำให้สื่อขาดเสรีภาพในการนำเสนอ ซึ่งขัดแย้งต่อมาตรา 45 ตามรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ นาย นคร ชมพูชาติ ทนายความยังได้ยื่นต่อคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อขอให้แก้กฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และพ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ซึ่งทางคณะกรรมการปฏิรูปฯ ได้รับพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว
นายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหารช่อง 3 กล่าวว่า ปัจจุบันการประกอบกิจการโทรทัศน์อยู่ภายใต้กฎหมายหลายฉบับอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่ กสทช. จะต้องออกร่างประกาศฉบับนี้เพื่อมาควบคุมการผลิตรายการของสถานีอีก เพราะการผลิตรายการเป็นเรื่องของวิชาชีพ แต่กสทช. พยายามจะเข้ามากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
“การรับชมรายการเป็นเรื่องของผู้ชม ที่ไม่ชอบก็อย่าดู ดังนั้น อย่าเอารสนิยม กับ วิจารณญาณมาปนกัน เพราะผู้ผลิตรายการมีหน้าที่ในการนำเสนอ ซึ่งหากผู้ชมไม่ชอบ สุดท้ายรายการนั้นจะล้มเหลวไปเอง และสิทธิ์ในการเลือกชมเป็นของผู้ชม ไม่ใช่ให้ กสทช. มากำหนดว่าควรจะผลิตรายการในรูปแบบใด” นายประวิทย์กล่าว
ขณะที่กลุ่มองค์กรผู้บริโภคสนับสนุนร่างประกาศฉบับนี้ เพราะเห็นว่าจะช่วยให้มีรายการดี มีคุณภาพ และไม่มีผลกระทบต่อศีลธรรมและสังคม
อย่างไรก็ตาม ทาง กสทช. ยังเปิดให้นำเสนอความเห็นผ่านทางเว็บไซต์จนถึงวันที่ 22 ก.ย. และจะรวบรวมความเห็นทั้งหมดเสนอต่อคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) อนุมัติ







