
ไฟเขียวเว้นเก็บเงินเซส4ด.ช่วยยางพารา
กสย.เห็นชอบเว้นเก็บค่าธรรมเนียมสงเคราะห์ยาง 4 เดือน เริ่ม 2 ก.ย.
กสย.เห็นชอบเว้นเก็บค่าธรรมเนียมสงเคราะห์ยาง 4 เดือน เริ่ม 2 ก.ย.
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (กสย.) มีมติเห็นชอบยกเว้นการเก็บเงินค่าธรรมเนียมการสงเคราะห์ยาง (เงินเซส) ระยะเวลา 4 เดือนเริ่มตั้งแต่ 2 ก.ย. เป็นต้นไปจนถึงสิ้นเดือนธ.ค. 2556 ซึ่งจะเป็นผลให้กสย.สูญเสียรายได้ประมาณ 2 พันล้านบาท โดยจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาข้อมูลสถานะการเงินของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางแล้ว พบว่า สามารถบริหารจัดการโดยไม่กระทบการกับการดำเนินงานปกติของ ส.ก.ย.และการสนับสนุนการปลูกยางของเกษตรกรเป็นระยะเวลา 5-6 เดือน ดังนั้น เพื่อเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการส่งออกยางสามารถเพิ่มการรับซื้อยางจากเกษตรกรและราคายางมีราคาที่สูงขึ้น ที่ประชุมจึงได้มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกการเก็บเงินเซสดังกล่าว
สำหรับการพิจารณางดเก็บเงินเซสเป็นระยะเวลา 4 เดือน เหตุผลหลัก คือ เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกยางมาช่วยซื้อยางกับเกษตรกร ซึ่งจากเดิมที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินเซสในอัตรา 2 บาท/กิโลกรัม เมื่อมีการลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงก็จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเพิ่มจำนวนการซื้อยางจากเกษตรกรได้ ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกก็จะมีช่องว่างในการแข่งขันกับคู่ค้ารายอื่นๆ ในการส่งออกยางไปต่างประเทศได้ ซึ่งได้มอบหมายให้องค์การสวนยาง (อสย.)ประสานผู้ส่งออกเพื่อมาหารือร่วมกันในวันนี้ที่กระทรวงเกษตรฯ ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยยางไปตรวจสต็อกของผู้ส่งออกทุกรายที่มีอยู่ขณะนี้ว่ามีเท่าไหร่และอยู่ทีไหนบ้าง เพื่อให้การงดเก็บเงินเซสที่กำหนดขึ้นส่งประโยชน์ถึงเกษตรกรได้อย่างแท้จริง
นายยุคล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ส่วนเรื่องการใช้ยางในสต็อค 2 แสนตัน เพื่อการบริโภคภายในประเทศนั้น ขณะนี้ก็มีความชัดเจนและเป็นนโยบายรัฐบาลแล้วว่าจะทำไปใช้ในด้านการคมนาคมและซ่อมแซมถนน โดยภายในสัปดาห์ก็น่าจะได้ข้อมูลผลการวิจัยที่กรมทางหลวงดำเนินการในการเรื่องการทำถนนยางพาราว่าจะเกิดปัญหาในด้านจราจรหรือไม่อย่างไร หากไม่มีปัญหาใดๆ ก็น่าจะเริ่มดำเนินการได้ทันทีเช่นกัน
สำหรับการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ฝ่ายเศรษฐกิจที่ได้อนุมัติวงเงินช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรที่มีพื้นที่ยางเปิดกรีดไม่เกิน 10 ไร่ และเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องเท่านั้น ในอัตราการช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตไร่ละ 1,260 บาท วงเงินรวม 5,268 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาในวันที่ 3 กันยายนนี้นั้น กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมดำเนินการแจ้งให้เกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรมายื่นแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรสามารถดำเนินการได้ทันทีหลังจากครม.มีมติ โดยได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ลงนามถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการระดับตำบลในการตรวจสอบพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ธกส. และเกษตรตำบล เป็นกรรมการ และปลัดตำบลเป็นประธาน เพื่อร่วมกันลงตรวจสอบพื้นที่ปลูกยางเป็นรายแปลงและออกใบรับรองเพื่อเกษตรอำเภอส่งไปยังธ.ก.ส.และจ่ายเงินสดเข้าบัญชีเกษตรกรต่อไป
สำหรับข้อเรียกร้องของเกษตรกรที่ให้ช่วยเหลือปัจจัยการผลิตจาก 10 ไร่เป็น 25 ไร่ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์นั้น จะรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการขึ้นทะเบียนในครั้งนี้เสนอคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ (กนย.) พิจารณโดยเร่งด่วน และเสนอต่อไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ตามขั้นตอนอีกครั้งต่อไป







