
วัดใจ
ขณะนี้ก็ต้องบอกว่ามีหลายปัจจัยเสียเหลือเกินที่พร้อมจะกระทุ้งตลาดทุนและเศรษฐกิจโลกครับ อย่างปัญหาเก่าคือ แผนการลดปริมาณเงินคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ
ขณะนี้ก็ต้องบอกว่ามีหลายปัจจัยเสียเหลือเกินที่พร้อมจะกระทุ้งตลาดทุนและเศรษฐกิจโลกครับ อย่างปัญหาเก่าคือ แผนการลดปริมาณเงินคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ขณะที่ปัญหาใหม่ก็คือความวิตกว่าสหรัฐจะจับมือพรรคพวกใช้กำลังถล่มซีเรีย
สองปัจจัยที่ว่านี้ ถือว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในหลายภูมิภาคโดยตรงครับ ซึ่งดูเหมือนว่าตลาดทุนและตลาดน้ำมันจะได้รับผลกระทบตรงเป็นพิเศษ เฟดบอกว่าจะลดคิวอี หุ้นก็ตกเอาๆ สหรัฐขู่จะถล่มซีเรีย หุ้นก็ตกเอาๆ
หากวิเคราะห์กันลึกๆ แล้วจะเห็นครับว่า การที่มีวิกฤตซีเรียเกิดขึ้นนั้น ในด้านหนึ่งก็จะช่วยทำให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องหันมาคิดทบทวนใหม่อีกครั้งหนึ่งว่าจะลดปริมาณคิวอีได้หรือไม่
จากการปรับขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันในช่วง 3 วันที่ผ่านมานี้ อันเป็นผลจากวิกฤตซีเรีย ก็ยิ่งจะกระเทือนต่อปริมาณกำลังซื้อของชาวสหรัฐ และกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่เฟดจำเป็นต้องทบทวนกันใหม่อีกครั้งหนึ่งด้วย
ดังนั้น ถ้าหากเฟดยังคงตัดสินใจที่จะเดินหน้าตัดลดปริมาณคิวอีลงจริง ก็จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐเองด้วย เนื่องจากมีความเสี่ยงจากวิกฤตในซีเรียค้ำคออยู่แล้ว
เพราะฉะนั้น ท่าทีของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ต่อสถานการณ์ในซีเรียนั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นท่าทีที่ถูกต้องที่ยังไม่ตัดสินใจใช้กำลังทหารในซีเรียในขณะนี้ แม้ว่าสหรัฐมั่นใจว่าซีเรียใช้อาวุธชีวภาพกับฝ่ายต่อต้านจริงก็ตาม
แต่กระนั้นก็ตามครับ ต้องไม่ลืมว่าสหรัฐเป็นประเทศที่ขายอาวุธรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก
ต้องไม่ลืมว่าสหรัฐแข็งแกร่งขึ้นมาเป็นผู้นำโลกได้ในทุกวันนี้ก็เพราะธุรกิจจากสงครามทั้งหลายนั่นแหละครับ ซึ่งบริษัทอาวุธในสหรัฐนั้นมีอิทธิพลเหลือล้นอีกด้วย
การกลับลำของประธานาธิบดีสหรัฐ จึงอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การทำสงครามก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้านหนึ่งของสหรัฐเช่นกัน ถ้าหากสงครามนั้นไม่ยืดเยื้อเหมือนสงครามในอิรักครับ
ยิ่งในขณะนี้ ได้มีการผลักดันมติซีเรียขึ้นสู่การพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติแล้ว
ก็ต้องรอดูต่อไปครับว่า บวกลบคูณหารแล้ว สหรัฐเห็นว่าคุ้มหรือไม่คุ้มกับศึกในครั้งนี้
และแน่นอนว่าวิกฤตซีเรียในครั้งนี้ก็ต้องทำให้เฟดหันมาทบทวนอีกครั้งหนึ่งว่า จะเริ่มลดคิวอีดีหรือไม่
ต้องวัดใจกันอีกครั้งครับ ทั้ง โอบามา และธนาคารกลางสหรัฐ







