posttoday
เริ่มที่หัวใจสีเขียว

เริ่มที่หัวใจสีเขียว

30 สิงหาคม 2556

ทุกวันนี้ “ผลิตภัณฑ์สีเขียว” กำลังเป็นที่ “ยอมรับ” ของผู้บริโภคมากขึ้นทุกที “ผลิตภัณฑ์สีเขียว” ก็คือสินค้าที่เกิดจากกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทุกวันนี้ “ผลิตภัณฑ์สีเขียว” กำลังเป็นที่ “ยอมรับ” ของผู้บริโภคมากขึ้นทุกที “ผลิตภัณฑ์สีเขียว” ก็คือสินค้าที่เกิดจากกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม “อุตสาหกรรมสีเขียว” ก็คือจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์สีเขียว

กระทรวงอุตสาหกรรมได้ริเริ่ม “โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 (ปีเดียวกับที่องค์การ UNIDO ได้ริเริ่มโครงการ Green Industry Initiative) โดยได้กำหนดนิยามเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสีเขียวและแนวทางการปฏิบัติสำหรับภาคอุตสาหกรรมบนพื้นฐานที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)

กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งเป้าหมายว่าภายในปี พ.ศ. 2561โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดทั่วประเทศจะเข้าสู่การได้ใบรับรองเป็น “อุตสาหกรรมสีเขียว”

โรงงานหรือสถานประกอบการสามารถมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างสมบูรณ์แบบได้ด้วยหลักการง่ายๆ ก็คือ เริ่มที่ใจ (มีความตั้งใจ) คือ เริ่มที่ใจด้วยความมุ่งมั่นของผู้ประกอบกิจการโรงงานที่จะปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (ไม่สร้างมลพิษสิ่งแวดล้อมให้มีผลกระทบต่อชุมชน)

เมื่อผู้บริหารมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะประกอบกิจการโรงงานโดยไม่สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือเหตุเดือดร้อนรำคาญ ก็ลงมือทำอย่างที่ตั้งใจไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำอย่างเป็นระบบที่ยอมรับได้ ทำจนเกิดความเคยชินที่เป็นวัฒนธรรมในการทำงาน

หลังจากนั้นก็ต้องเปิดตัวให้ชุมชนมีส่วนร่วมและยอมรับเราให้ได้ด้วยการขับเคลื่อนสถานประกอบการให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียวนั้น จึงอยู่ที่“ผู้บริหาร” หรือ “ผู้ประกอบการ” ซึ่งมีความสำคัญที่สุด เพราะต้องเริ่มที่ใจ (ความตั้งใจ) ของผู้บริหารก่อน หากไม่ได้ทำอย่างจริงจังหรือส่งเสริมสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงแล้วก็จะไม่บังเกิดผลใดๆ

จะว่าไปแล้ว “ผู้ประกอบการที่มีหัวใจสีเขียว” จะมีด้วยกัน 4 ลักษณะ ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลใน 2 มิติ ได้แก่ มิติของลักษณะความเป็นผู้ประกอบการ และมิติของแรงจูงใจ

ในมิติของ “ความเป็นผู้ประกอบการ” นั้นแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ Hard Entrepreneurship เป็นผู้ประกอบการที่มีอิสระในความคิด เป็นนักปฏิบัติ และมองหาโอกาส ส่วน Soft Entrepreneurship เป็นผู้ประกอบการแบบไม่เป็นทางการ เป็นนักเจรจา นักขายความคิด และนักสร้างแรงจูงใจให้ผู้อื่น

ส่วน “มิติของแรงจูงใจ” ก็แบ่งเป็น 2 ด้านเช่นกัน คือ Sustainability เป็นแรงจูงใจที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ชอบท้าทาย และเน้นความยั่งยืน ส่วนด้าน Economics เป็นแรงจูงใจที่มุ่งผลระยะสั้นและกำไรที่จับต้องได้

โดยหลักการแล้วเราสามารถแบ่งผู้ประกอบการเป็น 4 ประเภท โดยใช้มิติด้านความเป็นผู้ประกอบการและมิติด้านแรงจูงใจเป็นเกณฑ์ ดังนี้

1.Innovative Opportunist เป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในกลุ่มที่แสวงหาโอกาสในการสร้างผลกำไรจากการดำเนินกิจการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

2.Visionary Champion เป็นผู้ประกอบการในกลุ่มแสดงวิสัยทัศน์ที่ต้องการจะเปลี่ยนโลกหรือสังคมไปสู่ความยั่งยืน ผู้ประกอบการประเภทนี้มีความตั้งใจและมีพลังสูง เป็นทั้งผู้นำและผู้ให้การสนับสนุนบุคลากรของตนเองเพื่อสร้างสรรค์องค์กรให้เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

3.Ethical Maverick เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับอิทธิพลทางความคิดจากบุคคลภายนอก เช่น เพื่อน เครือข่าย หรือจากประสบการณ์ มากกว่าเป็นผู้กำหนดวิสัยทัศน์เอง และด้วยแรงกระตุ้นในการขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าแห่งความยั่งยืน ผู้ประกอบการเหล่านี้มีแนวโน้มจะจัดตั้งธุรกิจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยอ้อม

4.Adhoc Entrepreneur เป็นผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจกรรมสีเขียวโดยบังเอิญ แรงจูงใจหลักคือเรื่องเงิน ไม่ใช่คุณค่าของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่วนใหญ่มักได้รับอิทธิพลจากครอบครัวหรือเพื่อน เช่น การสืบทอดกิจการของครอบครัวที่ขายผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีผลกำไรดี โดยที่ทายาทธุรกิจมองว่าตนจะประสบความสำเร็จเหมือนกันด้วย

ณ วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการประเภทใดก็ตาม ก็ล้วนแต่มีส่วนในการสร้างสรรค์ภาคอุตสาหกรรมให้สามารถอยู่ร่วมกับสังคมจนเป็นที่ยอมรับของชุมชน และเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง ครับผม !

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ