
อุตฯเครื่องใช้ไฟฟ้าเจ็บหนักกำลังซื้อหดส่งออกไม่ฟื้น
ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวเป็นปัจจัยลบสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย เนื่องจากกำลังซื้อหายไปจากระบบ
ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวเป็นปัจจัยลบสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย เนื่องจากกำลังซื้อหายไปจากระบบ ซึ่งอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลพวงจากปัญหาดังกล่าว ดังนั้น ผู้ผลิตสินค้าจะต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับแนวโน้มเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งอาศัยประโยชน์จากการรวมตัวอาเซียนในการขยายส่วนแบ่งตลาด
สมบูรณ์ หอตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกและการผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.มิ.ย.) ของปีนี้ มีทิศทางปรับลดลงประมาณ 3% ตามแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ทำให้ความต้องการจากผู้ซื้อหลักๆ ได้แก่ สหรัฐ ยุโรป และจีน ลดลงไปมาก นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงค่าจ้างที่ปรับเพิ่มขึ้น
“ปัจจุบันเทคโนโลยีผลักให้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าจะเป็นระบบอัจฉริยะ ประหยัดพลังงาน และใช้ดิจิตอลเข้ามาควบคุม ส่วนอิเล็กทรอนิกส์ก็เปลี่ยนจากคอมพิวเตอร์พีซีไปเป็นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งผู้ผลิตต้องปรับการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนไปด้วย”
จากแรงกดดันทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเทรนด์ของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป ทำให้สถาบันต้องเร่งศึกษาตำแหน่งของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศเมื่อเทียบกับเทรนด์ของโลกและคู่แข่งการผลิตรายเดิมอย่าง มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ตลอดจนคู่แข่งที่เป็นดาวรุ่งอย่างเวียดนาม เพื่อกำหนดการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมพร้อมกับการสร้างเครือข่ายในภูมิภาค
ทั้งนี้ ผลการศึกษาดังกล่าวจะเสร็จเรียบร้อยในเดือน ก.ย. 2556 เพื่อเตรียมนำเสนอต่อภาครัฐ ผลักดันไปสู่การสนับสนุนเชิงนโยบาย ซึ่งต้องเกิดการลงทุนขนาดใหญ่ทั้งด้านศูนย์วิจัยและพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และการพัฒนาคนเพื่อรองรับการเป็นฐานผลิต
อย่างไรก็ตาม การรวมตัวของประชาคมอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น ถือว่าเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย เนื่องจากเศรษฐกิจในอาเซียนยังขยายตัวได้ และภูมิภาคนี้มีชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าไทยเป็นที่ยอมรับว่ามีคุณภาพดี ดังนั้นผู้ประกอบการควรหาช่องทางในการขยายส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเติม
ด้าน พีระ เจริญพร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ไทยยังคงเป็นผู้นำในการผลิตสินค้าหลายประเภท แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้นำในกลุ่มที่เติบโตช้าลงและไม่มีการลงทุนและพัฒนาในสินค้าที่มีการเติบโตสูงและเป็นเทรนด์ใหม่ ซึ่งหากปล่อยไว้จะทำให้การส่งออกของไทยลดลงต่อเนื่อง ภาครัฐจึงควรเร่งช่วยเหลือ







