
AAV-NOKพุงปลิ้น
นกแอร์โกยกำไรทั้งปีนี้1,200ล้านทะลุเป้า แอร์เอเชียยันครึ่งปีหลังรุ่งฝ่าน้ำมันแพง
นกแอร์โกยกำไรทั้งปีนี้1,200ล้านทะลุเป้า แอร์เอเชียยันครึ่งปีหลังรุ่งฝ่าน้ำมันแพง
แอร์เอเชียนกแอร์ ห่วงราคาน้ำมันที่สุด กำไรครึ่งปีหลังสดใส เมเจอร์ฯ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่
งานไทยแลนด์โฟกัส ในวันที่ 2 (29 ส.ค.) นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ได้ให้ข้อมูลต่อนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งคำถามส่วนใหญ่เป็นเรื่องปัจจัยเสี่ยงที่ AAV กังวล ซึ่งมีทั้งราคาน้ำมัน เศรษฐกิจโลก และการเมือง โดยบริษัทให้น้ำหนักเรื่องสถานการณ์ราคาน้ำมันมากที่สุด
ปัจจุบันราคาน้ำมันเครื่องบินยังอยู่ในช่วง 120125 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ที่บริษัทคาดการณ์อยู่และได้มีการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันไว้ในสัดส่วน 30% ส่วนสถานการณ์ในซีเรียอาจจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น 12 เดือน แต่ไม่น่าจะมีผลต่อผลงานบริษัท
สำหรับภาพรวมในปีนี้บริษัทยังมีการเติบโตที่ดี โดยในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าผลกำไรสุทธิน่าจะทำได้สูงกว่าครึ่งปีแรกที่มีกำไรสุทธิ 661 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวและอัตราจำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยวบินน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 83%
นอกจากนี้ จำนวนผู้โดยสารของบริษัทในปีนี้น่าจะมีจำนวน 10 ล้านคน คิดเป็นอัตราการเติบโต 20% จากปีที่ผ่านมา โดยผู้โดยสารในกลุ่มประเทศภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเติบโตสูงถึง 45% เป็นผลจากการเพิ่มเที่ยวบินและเปิดเส้นทางใหม่ แต่ปริมาณการเดินทางในประเทศเติบโตลดลง ทำให้ตัวเลขโดยรวมโตเพียง 20% แต่ถือว่าอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ระดับ 2025%
“บริษัทได้นำเสนอข้อมูลให้นักลงทุนทราบว่าประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางของคนในภูมิภาคนี้ เพราะมีการส่งลูกหลานมาเรียน มาทำธุรกรรมการเงินแม้แต่ไม่สบายก็มาเมืองไทย และข้อสำคัญประเทศในภูมิภาคเหล่านี้ยังไม่มีเส้นทางบินตรง ก็ต้องบินมาเมืองไทยเพื่อใช้เป็นจุดเชื่อมไปยังสถานที่ต่างๆ” นายทัศพล กล่าว
ในช่วงครึ่งปีหลังแอร์เอเชียจะเปิดเส้นทางใหม่ที่กรุงเนย์ปิดอว์ ประเทศพม่า และจีน 12 แห่ง และเตรียมจะรับมอบเครื่องบินอีก 5 ลำ ในช่วงที่เหลือของปีนี้ รวมแล้ว 8 ลำในปีนี้
นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า บริษัทได้ตอบคำถามนักลงทุนต่างชาติว่าราคาน้ำมันเป็นปัจจัยที่กังวลมากที่สุด และได้ป้องกันความเสี่ยงไว้ที่สัดส่วน 30% เช่นกัน สำหรับผลประกอบการปีนี้ถือว่าทำได้ดี คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1,200 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิได้ 600 ล้านบาท
“เป้ากำไรที่ตั้งไว้ไม่ถึง 1,000 ล้านบาทด้วยซ้ำ แต่เพียง 6 เดือน เราทำได้แล้ว 600 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีน่าจะถึง 1,200 ล้านบาท สาเหตุมาจากจำนวนผู้โดยสารจะทำได้ 45 ล้านคน ครึ่งปีแรกมี 2.8 ล้านคนแล้ว ขณะเดียวกันได้เพิ่มเครื่องบิน 2 ลำ เมื่อต้นปี และเตรียมรับมอบอีก 2 ลำ ในเดือน ต.ค.นี้” นายพาที กล่าว
“ไตรมาส 2 ผลงานเราออกมาดีที่สุดเมื่อเทียบสายการบินอื่นๆ ในประเทศ แต่ราคาหุ้นของบริษัทกลับลดลงแรง สาเหตุน่าจะมาจากหุ้นบริษัทเพิ่งเข้าตลาดหุ้น ผู้ลงทุนอาจยังไม่คุ้นเคย จึงเลือกขายหุ้น NOK ออกมาก่อน” นายพาที กล่าว
ปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารของบริษัท 90% เป็นผู้โดยสารในประเทศ และมีแผนจะรุกไปยังเส้นทางต่างประเทศเริ่มต้นจากประเทศพม่าก่อน เปิดเส้นทางบินไปเมืองเมาะละแมง ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ และย่างกุ้ง ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ และอยู่ระหว่างศึกษาขยายการให้บริการไปประเทศจีน
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) กล่าวยอมรับว่า นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นเมเจอร์ในสัดส่วนที่สูง โดย 50% ของนักลงทุนต่างชาติที่พบในงานไทยแลนด์โฟกัสเป็นผู้ลงทุนในหุ้นเมเจอร์อยู่นานแล้ว และอีกครึ่งที่เหลือเป็นกองทุนใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
นักลงทุนต่างชาติได้สอบถามถึงกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวลงนั้นส่งผลต่อเมเจอร์อย่างไร โดยบริษัทได้ตอบว่าเป็นเรื่องที่บริษัทให้ความระมัดระวังแต่ไม่กังวล เพราะฐานลูกค้าเป็นกลุ่มคนรุ่นหนุ่มสาวที่พร้อมจะใช้เงินเพื่อความบันเทิง
นอกจากนี้ 6 เดือนแรกของปีนี้ผลประกอบการของเมเจอร์ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สาเหตุมาจากจำนวนโรงเปิดใหม่เพิ่มขึ้นถึง 100 โรง สูงกว่าระดับปกติจะเปิดใหม่ปีละ 3040 โรง และข้อสำคัญได้กระจายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น และผลดีของโรงใหม่จะส่งผลเต็มปี 2557







