
นูทรี เมติคส์ฯรุกไทย อัดโปรฯถี่-ลุยสินค้าใหม่
นูทรี เมติคส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) บริษัทขายตรง ในเครือบริษัท ทัพเพอร์แวร์ แบรนด์ คอร์ปอเรชั่น สหรัฐ
นูทรี เมติคส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) บริษัทขายตรง ในเครือบริษัท ทัพเพอร์แวร์ แบรนด์ คอร์ปอเรชั่น สหรัฐ เดินหน้าบุกตลาดขายตรงในไทยอย่างหนักอีกครั้ง หลังจากทำตลาดมานานกว่า 31 ปี เนื่องจากเห็นอนาคตตลาดมีแนวโน้มสดใส
โศรยา จิวะเจริญชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารธุรกิจประจำประเทศไทย บริษัท นูทรี เมติคส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาธุรกิจนูทรี เมติคส์มียอดขายซบเซา จึงทำให้บริษัทแม่จากสหรัฐหันไปให้ความสำคัญกับการทำตลาดในภูมิภาคอื่นแทน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศละตินอเมริกา และแอฟริกาใต้แทน
แต่หลังจากพบว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตลาดขายตรงในแถบเอเชียมีการเติบโตค่อนข้างสูง จึงทำให้บริษัทแม่หันมาให้ความสำคัญในตลาดภูมิภาคนี้มากขึ้น และยังเน้นทำตลาดขายตรงรูปแบบหลายชั้น หรือเอ็มแอลเอ็ม โดยปัจจุบันมีนักขายอิสระของนูทรีฯ ทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 2 แสนรายแล้ว
สำหรับประเทศในเอเชียที่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูงได้แก่ อินโดนีเซีย และอินเดีย เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหม่สำหรับกลุ่มทัพเพอร์แวร์ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปร่วมประชุมในภูมิภาคเอเชีย ทำให้ได้เห็นรูปแบบการทำตลาดใหม่ๆ ของแต่ละประเทศ จึงได้เริ่มนำกลยุทธ์การทำตลาดมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตลาดเมืองไทยส่งผลให้ตลาดเมืองไทยเติบโตเพิ่มขึ้น
“ปลายปี 2554 บริษัทแม่ได้หันมาโฟกัสตลาดในเอเชียมากขึ้น เพราะตลาดนี้ถือว่ามีการเติบโตค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย เติบโตเร็วมากจากการนำสินค้าทัพเพอร์แวร์เข้าไปทำตลาด ถือว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับเขา แต่ในประเทศไทย ทัพเพอร์แวร์นั้นทำตลาดมานานแล้ว ดังนั้นบริษัทฯ แม่จึงให้การสนับสนุนมากขึ้นในลำดับต้นๆ” โศรยา กล่าว
ทั้งนี้ กลยุทธ์ในการทำตลาดครึ่งปีหลังนั้น บริษัทจะเน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น เช่นการออกบูธตามสถานที่ต่างๆ การจัดประชุมตามหัวเมืองใหญ่ รวมไปถึงการจัดโปรโมชันท่องเที่ยวที่มาเก๊า เพื่อให้สมาชิกเดินทางไปร่วมประชุมประจำปีของบริษัท ซึ่งจะมีผู้นำทั่วโลกเดินทางมาร่วมประชุมกว่า 1 หมื่นคน ในปลายปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติม อาทิ สินค้ากลุ่มความงาม เช่น น้ำหอม เครื่องสำอาง สินค้าจากประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เข้ามาทำตลาด และกลุ่มทัพเพอร์แวร์ เป็นต้น และยังมีการศึกษาเพื่อนำสินค้าใหม่ๆ อีกหลายรายการที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศเช่น ในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เข้ามาทำตลาด เนื่องจากอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน เชื่อว่าพฤติกรรมการซื้อจะไม่แตกต่างกันมากนัก
ปัจจุบัน บริษัทมีสินค้าที่ทำตลาดอยู่ 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว คิดเป็นสัดส่วน 50% กลุ่มเครื่องสำอาง 2025% กลุ่มสินค้าสำหรับเรือนร่าง 1012% กลุ่มอาหารเสริม 810% ที่เหลือ 35% เป็นสินค้ากลุ่มครัวเรือน ขณะที่ฐานสมาชิกหลักของบริษัทจะอยู่ที่ภาคกลางเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วน 50% รองลงมาเป็นภาคอีสาน 25% ภาคใต้ 20% และภาคเหนือ 15%
“ต้องยอมรับว่าในครึ่งปีแรกอัตราการเติบโตของเรายังไม่หวือหวามากนัก เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในไทยยังไม่ค่อยดีนักส่งผลให้กำลังซื้อหดตัว แต่ในครึ่งปีหลังเราจะมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าภาพรวมในปีนี้เราน่าจะเติบโตไปตามเป้าที่วางไว้ว่าจะไม่ต่ำกว่า 1015% จากปีที่ผ่านมา” โศรยา กล่าวทิ้งท้าย







