
เอเอ็มดีฯฟันธงไอทีซบยาวทั้งปีนี้
ชี้ไร้ปัจจัยบวกดัน หันลุยตลาดยังโต ร้านเกมงานรัฐ
ชี้ไร้ปัจจัยบวกดัน หันลุยตลาดยังโต ร้านเกมงานรัฐ
เอเอ็มดีฯ เผย ตลาดไอทีทั่วไปซบยาว เหตุรถคันแรก เศรษฐกิจซึม หันรุกร้านเกม ราชการท้องถิ่น ชี้ยังโต 10%
นายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอเอ็มดี ฟาร์ อีสต์ ผู้ผลิตชิปประมวลผล เอเอ็มดี เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดไอทีผู้บริโภคทั่วไปครึ่งปีแรกอยู่ในภาวะทรงตัวไม่มีการเติบโต และจากการหารือกับไอดีซี บริษัทวิจัยการตลาด คาดครึ่งปีหลังภาพรวมยังซบยาวตลอด โดยยังไม่มีปัจจัยบวกมากระตุ้นตลาดได้ คาดผลกระทบหลักอาจมาจากโครงการรถคันแรกที่ดึงกำลังซื้อผู้บริโภคไป ตามด้วยเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ทำให้บรรยากาศการซื้อขายสินค้าไอทีหดตัว
ทั้งนี้ ตลาดที่มีผลกระทบหนักที่สุด คือ ตลาดโน้ตบุ๊ก ซึ่งเป็นส่วนหลักของตลาดไอทีทั่วไปมาตลอด ส่วนหนึ่งเนื่องจากไม่มีเทคโนโลยีใหม่ที่สร้างความตื่นเต้นให้ตลาดได้ และมีสินค้าที่มาชิงส่วนแบ่งเงินในกระเป๋าเงินผู้บริโภค เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ขณะที่ตลาดคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ถือว่าค่อนข้างทรงตัวได้ดี โดยสถานการณ์ทั้งหมดมีแนวโน้มเป็นเช่นนี้ยาวไปจนถึงอย่างน้อยต้นปีหน้า หากยังไม่มีปัจจัยบวกเกิดขึ้น
สำหรับเอเอ็มดีฯ ครึ่งปีแรกยังมีการเติบโตที่ 10% ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีที่มีการเติบโต และตั้งเป้าว่าครึ่งปีหลังจะรักษาการเติบโตไว้ โดยกลยุทธ์สำคัญ คือ การสร้างภาพลักษณ์และทำตลาดคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมและร้านอินเทอร์เน็ต การเจาะตลาดหน่วยงานราชการท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นตลาดเฉพาะทางที่ยังมีช่องทางการเติบโตได้
นายจักรกฤช กล่าวต่อไปว่า ส่วนของตลาดคอมพิวเตอร์เกม เอเอ็มดีฯ มีการพัฒนาชิปประมวลผลสำหรับคอมพิวเตอร์และกราฟฟิก จับตลาดเดสก์ท็อปประสิทธิ ภาพสูง แม้ปริมาณไม่สูงแต่มีส่วนต่างกำไรที่ดีกว่า ขณะที่ตลาดร้านอินเทอร์เน็ตและหน่วยงานราชการท้องถิ่น เช่น อบต. และ อบจ. จะใช้วิธีร่วมมือกับพันธมิตรในการเข้าทำตลาด และด้วยชิปประมวลผลของเอเอ็มดีฯ ที่มีจุดเด่นเรื่องราคาต่ำกว่าคู่แข่งในประสิทธิภาพที่เท่ากัน ดังนั้นด้วยงบประมาณที่จำกัด จะซื้อคอมพิวเตอร์ได้มากกว่า ดังนั้นเอเอ็มดีฯ คาดว่าครึ่งปีหลังจะยังสามารถรักษาการเติบโต ไว้ที่ 10% ได้
“เอเอ็มดีฯ ได้นำเสนอคอมพิวเตอร์แบบเอพียู คือ มีการผนวกชิปประมวลผลและการทำงานด้านกราฟฟิกรวมอยู่ด้วยกัน ประกอบกับจุดเด่นด้านราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งอยู่แล้ว ราคาต่อยูนิตต่ำกว่า 2,000-4,000 บาท ทำให้การเข้าโครงการราชการขนาดเล็กทำได้ดีกว่า หรือร้านอินเทอร์เน็ต ที่ต้องการคืนทุนโดยเร็วก็เหมาะที่จะใช้” นายจักรกฤช กล่าว







