
ร้านแลกเงินอ้อน ธปท. ขอเครื่องมือช่วยรับ 'ค่าบาท' ผันผวน
ค่าเงินบาทของไทยในปีนี้อยู่ในภาวะผันผวนอย่างหนัก ช่วงปลายเดือน เม.ย. ค่าเงินบาทแข็งค่าสูงสุดแตะระดับ 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์
ค่าเงินบาทของไทยในปีนี้อยู่ในภาวะผันผวนอย่างหนัก ช่วงปลายเดือน เม.ย. ค่าเงินบาทแข็งค่าสูงสุดแตะระดับ 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่คล้อยหลังเพียง 4 เดือน ค่าเงินบาทกลับทำสถิติอ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 3 ปี มาอยู่ที่ระดับ 32.2432.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันที่ 28 ส.ค. ก่อนแข็งค่ามาอยู่ที่ระดับ 32.1732.18 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเปิดตลาดเช้าวันที่ 29 ส.ค.
ค่าเงินบาทที่ผันผวนไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ส่งออกและนำเข้าต้องปรับตัว นักค้าเงินและร้านแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลเงินไทยและสกุลเงินต่างประเทศต้องปรับตัวรับมือด้วยเช่นกัน
ชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ นายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กล่าวว่า ค่าเงินบาทผันผวนหนัก ทำให้ร้านแลกเงินตราต่างประเทศจะต้องปรับตัว โดยจะต้องบริหารเงินให้สอดคล้องกับความต้องการซื้อขายในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ทราบว่าค่าเงินจะเคลื่อนไหวในทิศทางใด พร้อมทั้งจะต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะชะลอหรือยุติมาตรการคิวอี
อย่างไรก็ตาม สมาคมพบอุปสรรคที่ทำให้ธุรกิจร้านรับแลกเปลี่ยนเงินขาดทุนก็คือ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้ทุกสิ้นเดือนร้านรับแลกเปลี่ยนเงินจะต้องขายเงินตราต่างประเทศคืนให้กับธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด และต้องจัดทำรายงานให้กับ ธปท.ทุกเดือน ซึ่งการกำหนดให้ร้านรับแลกเงินต้องขายเงินคืนทั้งหมด บางครั้งทำให้ร้านแลกเปลี่ยนเงินต้องขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
ดังนั้น จึงอยากให้ ธปท.ผ่อนผันในจุดนี้เพื่อจะสามารถรับมือความผันผวนของค่าเงินได้มากขึ้น เพิ่มช่องทางในการบริหารความเสี่ยงให้ธุรกิจ
นอกจากนี้ สมาคมเสนอว่า ธปท.ควรผ่อนคลายกฎระเบียบในการกำกับดูแลธุรกิจรับแลกเงินตราต่างประเทศ พร้อมๆ กับร่วมกันพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้เข้มแข็งและสามารถที่จะแข่งขันได้ และหากมีการเปิดเออีซีแล้ว แต่ ธปท.ยังไม่มีการทบทวนมาตรการผ่อนคลายใดๆ ออกมา ธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไทยจะไม่สามารถแข่งขันได้
ชนาพร ยังระบุว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยังคงมีธุรกรรมซื้อขายตามปกติ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่นักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาเที่ยวเมืองไทยจำนวนมาก ส่งผลให้สัดส่วนการซื้อขายเงินตราต่างประเทศจากนักท่องเที่ยวจีนสูงถึง 90% ขณะที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปยังคงมาเที่ยวเมืองไทยน้อยลงอย่างมาก เพราะยังประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปอยู่
ชนาพร ประเมินว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายเชื่อว่าธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะกลับมาคึกคักมากขึ้น เพราะเป็นช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยว ทั้งนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาเที่ยวในไทย และคนไทยไปเที่ยวในต่างประเทศ
การเข้าใจสถานการณ์ตลาดค่าเงิน พฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งนำไปสู่การปรับกลยุทธ์การทำธุรกิจค้าเงินน่าจะเป็นปัจจัยที่หนุนส่งให้ธุรกิจร้านค้าเงินได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ นอกเหนือจากการเรียกร้องให้ทางการผ่อนปรนเงื่อนไขต่างๆ โดยเฉพาะในขณะนี้ที่การแข่งขันสูงมาก







