posttoday
ขอเบรกค่าก๊าซ

ขอเบรกค่าก๊าซ

30 สิงหาคม 2556

ลุยตรวจก๊าซฯ กล่อมลงชื่อชดเชยยันไม่ปูดข้อมูล ตรวจตลาดป้องจานด่วนโขกราคา ด้านเอ็นจีโอฟ้องศาลค้านขึ้น

ลุยตรวจก๊าซฯ กล่อมลงชื่อชดเชยยันไม่ปูดข้อมูล ตรวจตลาดป้องจานด่วนโขกราคา ด้านเอ็นจีโอฟ้องศาลค้านขึ้น

วอนหาบเร่แผงลอยลงทะเบียนชดเชยค่าก๊าซ พาณิชย์เตรียมลุยจานด่วน

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 ส.ค. จะยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้นัดไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองชั่วคราวการปรับขึ้นราคาขายปลีกแอลพีจีภาคครัวเรือนอีกครั้ง หลังจากที่ได้ยื่นไปเมื่อวันที่ 29 ส.ค. แล้วศาลนัดไต่สวนวันที่ 10 ก.ย.

“การนัดไต่สวนในวันดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นเรื่องฉุกเฉิน เพราะจะมีการปรับขึ้นราคาในวันที่ 1 ก.ย.นี้แล้ว จึงได้ยื่นซ้ำในวันที่ 29 ส.ค. ไปอีกครั้ง แต่ศาลบอกว่าต้องให้โอกาสรัฐบาลเตรียมข้อมูล และถึงแม้ศาลจะคุ้มครองชั่วคราวหลังวันที่ 10 ก็มีผลย้อนหลังได้ แต่เราไม่เห็นด้วย” น.ส.สารี กล่าว

สำหรับผู้ถูกฟ้องมี 5 ราย ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ รมว.พลังงาน และคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน

ด้าน น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในได้เรียกร้องให้ร้านค้ารายย่อยหรือหาบเร่แผงลอยในกลุ่มนี้ต้องการให้แจ้งรายชื่อเข้ามายังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรวบรวมรายชื่อนำไปให้กระทรวงพลังงานช่วยเหลือผลกระทบจากการปรับขึ้นก๊าซหุงต้มต่อไป

“ร้านค้ารายย่อยที่ยังไม่ยอมมาลงทะเบียนเพื่อรับความช่วยเหลือซื้อก๊าซในราคาเดิมให้มาลงโดยด่วน โดยให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะไม่นำข้อมูลการลงทะเบียน ไปทำอะไรที่ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และโรงบรรจุก๊าซว่ามีการบรรจุตรงตามน้ำหนักหรือไม่ และขอความร่วมมือให้ติดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน เพื่อเตรียมพร้อมก่อนปรับขึ้นราคา 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ หากพบการเอาเปรียบ

“ตอนนี้คงต้องเร่งรัดเข้าไปตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบประชาชนทั้งในเรื่องของการโกงน้ำหนักก๊าซและปรับขึ้นราคาเกินต้นทุนที่กำหนด ซึ่งหากพบว่าร้านค้าใดมีพฤติกรรมดังกล่าว จะลงโทษตามกฎหมาย คือจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวต่อว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซไม่ส่งผลให้ราคาอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) ปรับขึ้นมาก ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะออกตรวจราคาจานด่วนในตลาดทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้ ซึ่งเชื่อว่าราคาไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง เพราะต้นทุนวัตถุดิบหลายตัวลดลง

ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่าร้านค้าหลายแห่งได้ปรับขึ้นราคาอาหารตามสั่งไปบ้างแล้วจานละ 510 บาทรายงานข่าวกล่าวว่า อาหารจานเดียวเช่น ผักสดและเนื้อสัตว์ ส่วนไข่ไก่เพิ่มเล็กน้อยในการผลิตอาหารจานด่วนปรับตัวลดลง เช่น ผักสด รวมทั้งราคาเนื้อสัตว์ที่เชื่อว่าขณะนี้ราคาเริ่มทรงตัว และมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาลดลง ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์ถูกลง ส่วนราคาไข่ไก่ที่ปรับเพิ่มขึ้นอีก 10 สตางค์ขณะนี้ ยังไม่น่ากังวล เพราะราคาขายปลีกยังไม่ชนราคาเพดานที่กรมจะดูแล คือไข่ไก่เบอร์ 3 ทะลุ 4 บาท/ฟองขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มกก.ละ 50 สตางค์ ในวันที่ 1 ก.ย.นั้น ภาพรวมจะกระทบต่อราคาอาหารสำเร็จรูปเพียงจานละ 23 สตางค์เท่านั้น โดยกระทรวงพลังงานมีแผนช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อย โดยเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิซื้อก๊าซหุงต้มได้ในราคาเดิมไม่เกินเดือนละ 150 กก. ซึ่งกรมกรมการค้าภายใน สำนักงานการค้าภายในจังหวัดและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด กำลังรวบรวมจำนวนผู้ค้ากลุ่มดังกล่าวส่งต่อไปยังกระทรวงพลังงานอยู่

“รสนา” ยื่นศาลปกครอง ระงับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี ย้ำมติครม.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เอื้อประโยชน์ให้ ปตท.

ขณะที่กลุ่มรวมพลคนรักษ์พลังงานสนับสนุนรัฐบาลประชาธิปไตยโดยมีนายไพฑูรย์ อัครรัตนดิลก เป็นผู้ประสานงาน รวมตัวกันหน้าสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. สนับสนุนการปรับขึ้นราคาก๊าซของรัฐบาล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท