
ดันอาเซียนแกร่งจากภายใน
ก่อนมุ่งเป้าเจาะตลาดต่างประเทศแนะใช้โอกาสเปิด‘เออีซี’ผงาดสู่เวทีโลก
ก่อนมุ่งเป้าเจาะตลาดต่างประเทศแนะใช้โอกาสเปิด‘เออีซี’ผงาดสู่เวทีโลก
กูรูแนะรายย่อยอาเซียน เสริมแกร่งธุรกิจในท้องถิ่น เชื่อช่วยหนุนเจาะตลาดต่างประเทศดีขึ้น
เจย์ ยูวาลอส สมาชิกสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (อาเซียนบีเอซี) เสนอแนะให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทั้ง 10 ประเทศ เดินหน้าเสริมแกร่งธุรกิจในตลาดในประเทศอย่างเต็มที่ก่อน เพื่อสามารถขยายธุรกิจเจาะตลาดในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ก่อนที่เอสเอ็มอีจะเดินหน้าเจาะตลาดใหม่ที่ใหญ่ขึ้นในต่างประเทศ ก็ควรวางรากฐานธุรกิจในตลาดในประเทศไว้อย่างแข็งแกร่งเสียก่อน เพราะเมื่อรากฐานแข็งแกร่งเมื่อไร การขยายธุรกิจไปในตลาดต่างประเทศก็จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น” ยูวาลอส ระบุ
นอกจากนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีของอาเซียน ยังสามารถใช้โอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เพื่อเข้าสู่ตลาดในต่างประเทศอย่างเต็มตัว ก่อนขยายวงกว้างสู่ธุรกิจระดับโลกต่อไป ผ่านทางการร่วมมือกับธุรกิจในประเทศสมาชิกทั่วทั้งภูมิภาค ตลอดจนใช้ประโยชน์จากพื้นฐานทางเศรษฐกิจของภูมิภาคที่ดีอย่างมีชั้นเชิง
สมาชิกสภาอาเซียนบีเอซี ยังรายงานอ้างผลสำรวจของสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนในช่วงปี 2554-2555 ระบุว่า ภูมิภาคอาเซียนมีฐานการผลิตและตลาดสำหรับธุรกิจบริการและสินค้าที่แข็งแกร่งกว่าจีนเสียอีก
ด้วยเหตุนี้ หากธุรกิจขนาดเล็กในทุกๆ ประเทศอาเซียน สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลาด เทคโนโลยี ตลอดจนสามารถพัฒนาสินค้าและแรงงานได้ดีขึ้น ก็จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจสามารถเจาะตลาดในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอี ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เห็นได้จากสัดส่วนของเอสเอ็มอีในฟิลิปปินส์ ที่มีสูงถึง 91% จากจำนวนธุรกิจทั้งหมดในประเทศ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานมากถึง 2.4 ล้านคนเมื่อปี 2555 และกระตุ้นผลประกอบการภาคส่งออกประเทศถึง 25%







