
บลจ.สนใจไปนอกตั้งกองทุนที่ญี่ปุ่น
ก.ล.ต.สนับสนุน บลจ.ตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟันด์ที่ญี่ปุ่นแย้มมี 2-3 ราย สนใจดูดเงินทุนเข้ามา
ก.ล.ต.สนับสนุน บลจ.ตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟันด์ที่ญี่ปุ่นแย้มมี 2-3 ราย สนใจดูดเงินทุนเข้ามา
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.จะผลักดันให้ บลจ.ไทยไปตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟันด์ที่ญี่ปุ่น เพื่อดึงกองทุนและนักลงทุนญี่ปุ่นให้เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังจะฟื้นตัวและต้องการหาแหล่งลงทุนให้ผลตอบแทนที่ดีและประเทศไทยถือว่ามีความน่าสนใจจากเศรษฐกิจมีการเติบโตที่ดี ขณะนี้มี บลจ.ไทยสนใจที่จะตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟันด์จำนวน 2-3 ราย
เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวอีกว่า เมื่อ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสำนักงาน ก.ล.ต.ได้มีการประชุมกับบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) โดยมีการหารือใน 2 ประเด็นหลัก คือ สถานการณ์ภาพรวมตลาดหุ้นขณะนี้และติดตามความแข็งแรงของโบรกเกอร์และ บลจ. รวมถึงฐานะของลูกค้า พบว่าไม่มีปัญหาเรื่องการผิดนัดชำระราคาและส่งมอบหุ้น และไม่พบว่ามีการบังคับขายหุ้นหรือฟอร์ซเซลในบัญชีมาร์จิน เพราะผู้ลงทุนปัจจุบันได้มีการติดตามสถานการณ์โดยตลอด เมื่อหลักประกันใกล้แตะระดับ 35% ได้มีการเพิ่มเงินหรือมีการขายออกมาก่อน
“ก.ล.ต.มีการตรวจสอบสุขภาพโบรกเกอร์และ บลจ.เป็นปกติ และดูการชำระบัญชีทุกอย่างไม่พบปัญหา และระดับเงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (NCR) ของโบรกเกอร์อยู่ในระดับที่ดี” นายวรพล กล่าว
ทั้งนี้ ในวันที่ 5 ก.ย.นี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต.จะมีการประชุมหารือเพื่อคัดเลือกตัวแทนของ ก.ล.ต. ขณะนี้คณะกรรมการคัดเลือกของ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างสรรหาบุคคลที่จะเข้ามาเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แทน นายสมพล เกียรติไพบูลย์ และนายสุภัค ศิวะรักษ์ ซึ่งครบวาระ
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า แรงขายของนักลงทุนต่างชาติคงมีอีกไม่มากแล้ว แต่เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีสภาพคล่องสูงกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในกลุ่ม TIP ด้วยกัน ทำให้เห็นมีแรงขายออกมาสูง
อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงแรงในรอบนี้เท่าที่หารือกับโบรกเกอร์ไม่พบว่ามีปัญหาเรื่องการชำระราคาและไม่มีการฟอร์ซเซล ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากยอดมาร์จินมีการปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4 หมื่นล้านบาท จากก่อนหน้านี้เคยขึ้นไปสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท







