ความสุขแบบหมาๆ ของดีเจคู่ฮา อาร์ต-เจมส์ 94 อีเอฟเอ็ม
น้อยคนนักที่จะรู้ว่าคู่หูคู่ฮาแห่งคลื่น 94 อีเอฟเอ็ม อย่างดีเจ เจมส์-จิตตริน กุลกัลยาดี และดีเจ อาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์ เป็นคนรักสุนัขเอามากๆ
น้อยคนนักที่จะรู้ว่าคู่หูคู่ฮาแห่งคลื่น 94 อีเอฟเอ็ม อย่างดีเจ เจมส์-จิตตริน กุลกัลยาดี และดีเจ อาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์ เป็นคนรักสุนัขเอามากๆ
เรื่อง อินทรชัย พาณิชกุล / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
นอกเหนือไปจากมาดทะเล้นทะลึ่งตึงตังและอารมณ์ขันระดับเทพบนหน้าปัดวิทยุ
น้อยคนนักที่จะรู้ว่าคู่หูคู่ฮาคนดังแห่งคลื่น 94 อีเอฟเอ็ม (ช่วง 23.00-01.00 น. จันทร์ถึงศุกร์) อย่างดีเจ เจมส์-จิตตริน กุลกัลยาดี และดีเจ อาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์ เป็นคนรักสุนัขเอามากๆ
อาจเป็นเพราะที่บ้านของทั้งคู่ชอบเลี้ยงสุนัขเหมือนกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มักจะมีสุนัขพันธุ์ต่างๆ ทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก เดินตามกันเป็นพรวน พลางเข้ามาประจบประแจงเลียแข้งเลียขา ส่งเสียงเห่าหอนกันเสียงดังอึกทึกครึกครื้น จึงไม่น่าแปลกใจนักที่สองหนุ่มจะมีความผูกพันลึกซึ้งกับพวกมันมาตลอด
หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ เจ้าแอร์บัส และ เจ้าเจ็ต ชิวาวาตัวจิ๋วน่ารักกุ๊กกิ๊กสองตัวนี้นั่นเอง
“เจ้าแอร์บัสและเจ้าเจ็ตเป็นหมาเด็กครับ เพิ่งอายุไม่ถึง 2 ขวบดี ปกติแล้วผมเลี้ยงแต่หมาพันธุ์ใหญ่ เพราะว่าที่บ้านผมที่ต่างจังหวัดเป็นบ้านสวนร่มรื่น มีพื้นที่กว้างให้วิ่งเล่น ก็ชอบเลี้ยงไว้เยอะๆ ไว้เฝ้าบ้าน ไอ้เจ้าสองตัวนี้พรรคพวกเขาให้มา อยู่บ้านหลังนี้น่าจะเหมาะ เลี้ยงหมาตัวเล็กๆ ดีกว่าครับ” ดีเจเจมส์ผู้เป็นทั้งเจ้าของบ้านและเจ้าของหมาเล่าให้ฟังสั้นๆ
ส่วน ดีเจอาร์ต เจ้าของร่างอวบและผมทองชี้ตั้งเด่เท่มั่กๆ บอกเต็มปากว่า แม้ 2 ตัวนี้จะไม่ใช่หมาของตัวเอง แต่เขาก็รักและผูกพันไม่น้อยไปกว่าเพื่อนซี้
“ก็ชอบมาเที่ยวที่นี่ครับ มาบ่อยๆ เห็นมันก็ชอบเล่นด้วย ให้อาหารป้อนขนมนู่นนี่ให้กิน เวลาเจมส์เขางานยุ่ง ผมก็อาสาพามันไปหาหมอ พาไปเดินเล่นข้างนอกบ่อยๆ หรือไม่เวลาไปช็อปปิ้งเสื้อผ้า รองเท้า แว่นตา หรืออะไรเกี่ยวกับแฟชั่นสุนัขก็ซื้อมาฝาก พวกมันเลยติดผมแจ” เขายิ้มกวนๆ
...ว่ากันว่าดีเจอาร์ตคนนี้นี่แหละคือเจ้าพ่อแต่งหมาตัวยง (หมายถึงชอบจับหมาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์สวยๆ เก๋ๆ)
วีรกรรมแสบๆ ของเจ้าตัวเล็ก 2 ตัวนี้ไม่ค่อยจะน่าตื่นเต้นสักเท่าไหร่ ยามอยู่บ้านปลอดภัยในถิ่นตัวเองก็จะวิ่งพล่าน หยอกเย้ากันไปเรื่อย แต่ยามว่างๆ ดีเจเจมส์มักพาออกไปวิ่งเล่นในละแวกบ้านและตามสวนสาธารณะ ก็เป็นช่วงเวลาที่พวกมันดูมีความสุข อารมณ์ดีคึกคักเป็นพิเศษ จนครั้งหนึ่งโดนหมาใหญ่พันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้เพื่อนบ้านงับหัวเล่น เล่นเอาขวัญกระเจิงหายซ่าไม่กล้าออกนอกบ้านไปหลายวันเลยทีเดียว
สองดีเจเล่าว่า ของโปรดของเจ้าแอร์บัสและเจ็ตคือการได้วิ่งเล่นในที่โล่งๆ และเนื้อบดอัดเม็ดอันโอชะ
“ผมรักพวกมันมาก เพราะว่าเวลาใดที่ผมเครียด เบื่อๆ เซ็งๆ กับชีวิต พอมาเจอพวกมันก็รู้สึกผ่อนคลาย หมามันไม่เครียดกับเรา เวลามองไปเห็นดวงตาแป๋วๆ หลายครั้งที่มันมองผมเหมือนกับจะบอกว่า ‘เจ้านายจะเครียดอะไรหนักหนา’ มันเป็นเพื่อนแท้ในยามทุกข์ยากของเราจริงๆ ครับ เราก็ตอบแทนด้วยการดูแลพวกมันให้ดีที่สุด รักมันให้เหมือนกับที่มันซื่อสัตย์จงรักภักดีกับเรา” ดีเจเจมส์ว่าพลางกอดสุนัขสุดรักไว้ในอ้อมกอด
ด้านความรักและความผูกพันของดีเจอาร์ตที่มีต่อสัตว์เลี้ยงก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน
“สำหรับผม สัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะหมามันให้ความเป็นเพื่อนกับเราได้ เวลาเราเป๋ๆ ปรึกษาอะไรใครไม่ได้ กลับบ้านมาเจอมันวิ่งเข้ามาพันแข้งพันขา เราก็เล่นกับมัน คุยกับมัน แม้มันพูดไม่ได้ ให้คำปรึกษาอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยทันทีที่เรากลับบ้านมา เจอมันนั่งรอคอยจ้องตาละห้อย กับอาการประจบออดอ้อนออเซาะแล้วชื่นใจหายเหนื่อย ลืมปัญหาทุกอย่างไปเลยครับ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล
ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นที่ดีเจเจมส์และอาร์ต พูดถึงสุนัขตัวโปรดทั้งสองตัวนี้ ถ้าเจ้าแอร์บัสกับเจ้าเจ็ตได้ยินคงจะมีความสุขที่สุดในโลก
เหลือบไปมองตาแป๋วๆ ยิ้มแหะๆ ของมันทั้งคู่ ก็พอจะรู้คำตอบแล้วว่ามันจะตอบเจ้านายว่าอะไร


