posttoday
ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 32มาเลเซียเหนือไทย?

ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 32มาเลเซียเหนือไทย?

28 สิงหาคม 2556

31 ส.ค.ของทุกปีเป็นวันชาติของมาเลเซียครับ ซึ่งเป็นวันที่เขาได้เป็นอิสระจากอังกฤษเมื่อปี 2500 นี้เองครับ

31 ส.ค.ของทุกปีเป็นวันชาติของมาเลเซียครับ ซึ่งเป็นวันที่เขาได้เป็นอิสระจากอังกฤษเมื่อปี 2500 นี้เองครับ

เมื่อปี 2543 นายกรัฐมนตรีมาเลเซียมหาเธร์ ได้ประกาศวิสัยทัศน์ 2020 ซึ่งเป็นทิศทางพัฒนาประเทศที่มาเลเซียต้องการจะเดิน ประกาศแล้วเขาก็ทำเช่นนั้น 22 ปีของการเป็นนายกฯ ของมาเลเซีย มหาเธร์ได้ทำอะไรไว้มากมาย เช่นเดียวกับที่ลีกวนยิวก็ได้ทำอะไรไว้มากมายในสิงคโปร์

ล่าสุด รัฐบาลมาเลเซียภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีราจิบ นาซัค ได้ประกาศยุทธศาสตร์ 1 Malaysia People first Performance Now เพื่อกำหนดทิศทางใหม่ของการปฏิรูปและพัฒนาประเทศแล้ว

ยุทธศาสตร์ 1 มาเลเซียนี้ แค่ชื่อก็รู้ว่าเขาต้องการที่จะสร้างความรู้สึกปรองดองให้เกิดกับประชากรที่หลากหลายของประเทศ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลมาเลเซียได้ดูแลคนมาเลย์ที่มีราวๆ 60% ของประชากรทั้งหมด ดีมากกว่าคนมาเลย์เชื้อสายจีนซึ่งมีราวๆ 30% และคนมาเลย์เชื้อสายอินเดียอีก 10% ดูแลดีกว่า จนทำให้คนมาเลย์เชื้อสายจีนซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของมาเลเซียรู้สึกว่าตัวเองเป็นพลเมืองชั้นสองเลยครับ

จะเรียนหนังสือคน “ภูมิบุตรา” หรือคนมาเลเซียแท้ๆ ก็จะมีโควต้าพิเศษ จะทำงานในหน่วยงานของรัฐบาลก็มีโควต้าให้ ดีเวลลอปเปอร์จะขายคอนโดยังต้องกันห้องว่างส่วนหนึ่งไว้ให้คน “ภูมิบุตรา”มีโอกาสเลือกห้องก่อนในราคาที่ถูกกว่าคนอื่นๆ จนพ้นกำหนดเวลาถ้าคน “ภูมิบุตรา” ไม่มาใช้สิทธิถึงจะขายให้คนมาเลย์เชื้อสายอื่นหรือคนต่างชาติ

ยุทธศาสตร์ 1 Malaysia People First Performance Nowซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ต่อเนื่องจาก วิสัยทัศน์ 2020 และต้องการจะพัฒนา จนทำให้มาเลเซียเป็นประเทศพัฒนาแล้ว หลุดจากความเป็นประเทศกำลังพัฒนาเหมือนไทยภายในปี 2563 คือทำให้คนมาเลเซียมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีมากกว่าคนละ 1.5 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 4.5 แสนบาทต่อปี

วันนี้มาเลเซียมีจีดีพี 9 ล้านล้านบาท เล็กกว่าเมืองไทยที่มีจีดีพีราว 11 ล้านล้านบาท แต่เพราะมีประชากรเพียง 29 ล้านคนเลยทำให้รายได้เฉลี่ยต่อคนของมาเลเซียสูงกว่าของไทย คือ คนมาเลเซียมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวคนละ 3.09 แสนบาท ขณะคนไทยอยู่ที่ 1.66 แสนบาท

เรื่องยกระดับรายได้จะได้ผลหรือไม่ ต้องคอยติดตามต่อไป แต่วันนี้ลองเอาดัชนีชี้วัดประเทศที่ฝรั่งเขาทำเอาไว้มาเปรียบเทียบดูว่าไทยกับมาเลเซียใครจะเหนือกว่าใคร ผลออกมาเป็นอย่างนี้ครับ ความยากง่ายในการทำธุรกิจ มาเลเซียอยู่ลำดับที่ 12 ส่วนไทยอยู่ลำดับที่ 18 ความโปร่งใสไร้คอร์รัปชั่น มาเลเซียอยู่ลำดับที่ 54 ไทยอยู่ลำดับที่88 ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาเลเซียอยู่ลำดับที่ 32 ไทยอยู่ลำดับที่ 46

ไปดูที่คุณภาพระบบการศึกษาของมาเลเซียได้อันดับที่ 14 ส่วนไทยได้อันดับที่ 78 ส่วนประสิทธิภาพแรงงานของมาเลเซียอยู่ลำดับที่ 24 ไทยอยู่ลำดับที่ 76

ดูดัชนีเปรียบเทียบมาเลเซียในวันนี้ดูดีกว่าเมืองไทยแต่ผมก็ยังไม่เชื่อ ก็เลยลองไปถามคนไทยที่ไปทำมาหากินในมาเลเซียว่าใครเหนือกว่าใคร ทุกคนต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ามาเลเซียเขาเหนือกว่าเราครับ

พอเขียนบทความนี้จบ ผมจะไปพบกับมันสมองของมาเลเซียที่มีส่วนสำคัญในการเขียนยุทธศาสตร์ 1 Malaysia และกำกับดูแลให้ยุทธศาสตร์นี้เกิดขึ้นและได้ผลจริงๆ ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้

โปรดคอยอ่านในตอนต่อไปครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน