
เที่ยวออนไลน์
เตรียมพร้อมสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวรอบใหม่ ที่ธุรกิจควรเรียนรู้และปรับตัวให้ไวสู่โลกออนไลน์
เตรียมพร้อมสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวรอบใหม่ ที่ธุรกิจควรเรียนรู้และปรับตัวให้ไวสู่โลกออนไลน์
อีกไม่กี่เดือนบ้านเรากำลังเข้าสู่เทศกาลท่องเที่ยวอีกครั้ง วันนี้ผมจะขอพูดถึงการใช้เทคโนโลยีในการช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเมืองไทย ซึ่งคุณเชื่อหรือไม่ว่าตั้งแต่เดือน ม.ค. 2554-ม.ค. 2556 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจาก 1,300 ครั้งต่อนาที เป็น 2,500 ครั้งต่อนาที หรือประมาณ 1.5 แสนครั้งต่อชั่วโมง จุดนี้ถือเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยควรหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดบนโลกออนไลน์
ทั้งนี้ Google ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวไทย และได้บทสรุปว่านักท่องเที่ยวจะมีวงจร 5 ขั้น ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าออนไลน์เป็นเครื่องมือสำคัญในการเกื้อหนุนธุรกิจท่องเที่ยวของคุณ เริ่มตั้งแต่ (1) นักท่องเที่ยวจะหาข้อมูลสถานที่เที่ยวและโรงแรมที่พักที่ต้องการผ่านอินเทอร์เน็ต จากนั้น (2) จะเริ่มวางแผนการท่องเที่ยว โดย 47% เริ่มจากการค้นหาข้อมูลผ่านทางสมาร์ทโฟน เพื่อดูรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไป ดังนั้นเริ่มแรกเลยผู้ประกอบการควรมีเว็บไซต์ที่สามารถแสดงรายละเอียดที่พัก รูปภาพ หรือราคาที่ชัดเจน รวมถึงได้รับการโปรโมตเว็บไซต์อย่างถูกวิธี เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายหาคุณเจอ
มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่อยากหยิบมาแบ่งปันให้ผู้อ่านได้ทราบกัน ผมเคยจะไปท่องเที่ยวในสถานที่แห่งหนึ่ง ผมใช้อินเทอร์เน็ตหาข้อมูลที่พักหลายแห่งมาก แต่ที่ที่ผมมาเจอและสนใจเข้าพักกลับไม่มีเว็บไซต์ที่บอกข้อมูลชัดเจน ทั้งๆ ที่ธุรกิจของเขาก็ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีและราคาที่น่าสนใจ ซึ่งถือเป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงในการทำธุรกิจท่องเที่ยว
มาถึงขั้นตอนที่ (3) คือ การจอง ข้อมูลระบุว่า 8 ใน 10 ของนักท่องเที่ยวชาวไทยใช้พีซีและเเล็ปท็อปจองที่พักจากบ้าน ในขณะที่ 5% ใช้โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนโทรจองที่พัก ซึ่งนั่นหมายความว่าหากคุณมีเว็บไซต์รับการจองออนไลน์หรือใช้บริการ ClicktoCall จาก Google ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถกดปุ่ม “โทรออก” จากหน้าค้นหาบนเว็บไซต์ Google ได้ทันที โดยไม่ต้องกดเบอร์โทรศัพท์ นี่ก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น
ขั้นต่อมาคือ (4) ประสบการณ์ท่องเที่ยว ผลสำรวจระบุว่า 9 ใน 10 ของนักท่องเที่ยวชาวไทยใช้อินเทอร์เน็ตทุกวัน โดย 86% ใช้ผ่านอุปกรณ์มือถือ เพื่อค้นหาร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง รวมไปถึงการค้นหาพิกัดสถานที่นั้นๆ และนี่ถือเป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่สามารถเพิ่มพิกัดธุรกิจของคุณรวมถึงข้อมูลธุรกิจไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ รูปภาพ หรือโปรโมชั่นต่างๆ ลงไปใน Google แผนที่ได้ฟรี ที่เว็บไซต์ https://www.google.com/business/placesforbusiness/
ขั้นสุดท้ายคือ (5) การแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยว สถิติระบุว่า 42% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเขียนเล่าประสบการณ์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่ที่เราพบกันคือนักท่องเที่ยวมักจะแบ่งปันรูปถ่าย พร้อมบรรยายความรู้สึกที่มีต่อสถานที่ที่เดินทางไปท่องเที่ยว พร้อม Tag กลับมายังโซเชียลแพลตฟอร์มของเจ้าของธุรกิจนั้นๆ และนี่ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ผู้ประกอบการทราบถึงความรู้สึก ความพึงพอใจที่ลูกค้ามีต่อเราได้อย่างง่ายดาย
ยกตัวอย่างเช่น ผมเดินทางเข้าพักในโรงแรม A ในขณะที่ผมกำลังดื่มด่ำความสวยงามของโรงแรม ผมก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายรูปในมุมที่ผมชื่นชอบ พร้อมบรรยายถึงความงดงาม และความรู้สึกที่มีต่อสถานที่นั้น จากนั้นผมใน Tag ชื่อโรงแรม A เมื่อเจ้าของธุรกิจเข้ามาใช้โซเชียลแพลตฟอร์ม ก็สามารถรู้ฟีตแบคได้ทันที
สำหรับ Google คุณสามารถสมัครใช้งาน Google+ ซึ่งถือเป็นโซเชียล แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านรายได้ฟรี และสามารถสร้างเป็น Google+ เพจท้องถิ่นเพื่อให้คุณยังสามารถแชร์ข่าวสารต่างๆ ที่สำคัญและข้อมูลใหม่ๆ กับลูกค้าของคุณได้ โดยแค่มี Account ของ Google







