
กู้ส่งออก
ในภาวะที่การส่งออกลดลงอย่างฮวบฮาบ นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นว่า ช่วง 5 เดือนที่เหลือกระทรวงพาณิชย์จะต้องหาแนวทางเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัวเดือนละ 6% จึงจะมีโอกาสที่ตัวเลขการส่งออกปีนี้จะกลับมาขยายตัวระหว่าง 1.83% หรือเฉลี่ย 2% ในปีนี้ เนื่องจากยังพอมีปัจจัยบวกในช่วงไตรมาส 34 จะเริ่มมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เพื่อออร์เดอร์สินค้าล่วงหน้ารับเทศกาลปีใหม่
ในภาวะที่การส่งออกลดลงอย่างฮวบฮาบ นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นว่า ช่วง 5 เดือนที่เหลือกระทรวงพาณิชย์จะต้องหาแนวทางเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัวเดือนละ 6% จึงจะมีโอกาสที่ตัวเลขการส่งออกปีนี้จะกลับมาขยายตัวระหว่าง 1.83% หรือเฉลี่ย 2% ในปีนี้ เนื่องจากยังพอมีปัจจัยบวกในช่วงไตรมาส 34 จะเริ่มมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เพื่อออร์เดอร์สินค้าล่วงหน้ารับเทศกาลปีใหม่
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) วันที่ 2 ก.ย.นี้ จะหารือถึงภาพรวมการส่งออกไทยและแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลควรจะเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายงบประมาณต่างๆ ให้เร็วขึ้น รวมถึงความชัดเจนถึงโครงการลงทุนภาครัฐทั้ง การน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โครงการเมกะโปรเจ็กต์ 2ล้านล้านบาทเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ด้านนายวัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกปีนี้ที่คงเติบโตไม่ถึง 3% คือจะโตเพียง 12% ซึ่งเอกชนต้องการให้รัฐช่วยเหลือหาตลาดในประเทศเพื่อนบ้านส่งเสริมการค้าชายแดน ที่ขณะนี้ยังมีปัญหาการส่งสินค้าเข้าไปยังเมืองใหญ่ๆ ของเพื่อนบ้านยังไม่คล่องตัว ซึ่งหากแก้ไขข้อจำกัดต่างๆ ได้ เชื่อว่าการค้าชายแดนจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปัจจุบันที่ 9 แสนล้านบาท
ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ต้องมีแผนจะตั้งศูนย์กระจายสินค้าไทยในตลาดส่งออกที่เป็นเป้าหมายคือ โปแลนด์ แทนซาเนีย ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน โดยให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้การส่งออกยังขยายตัวได้
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า กรมจะเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการซื้อขายสินค้าไทยผ่านศูนย์กระจายสินค้า เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการผลักดันการส่งออกให้กับสินค้าไทย
ทั้งนี้ การตั้งศูนย์กระจายสินค้าไทยที่โปแลนด์มีเป้าหมายเพื่อเจาะตลาดในกลุ่มยุโรปตะวันออก ส่วนศูนย์ฯ ในแทนซาเนียจะเจาะตลาดแอฟริกา และที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน เน้นเจาะตลาดตะวันออกกลาง ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการขยายการส่งออกให้กับสินค้าไทยได้ ส่วนตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากมีโอกาสในการผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดได้อีกมาก จึงมีแผนจะจับมือกับไปรษณีย์ญี่ปุ่นในการขายสินค้าไทย โดยให้ผู้ซื้อสั่งซื้อและส่งสินค้าทางไปรษณีย์พร้อมกันนี้ มีแผนในการผลักดันการส่งออกสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ด้วยการให้มีตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าไทย (เทรดดิ้ง เฟิร์ม) ให้มากขึ้น เพราะผู้ผลิตสินค้าโอท็อปส่วนใหญ่มักจะไม่มีขีดความสามารถในการทำตลาดต่างประเทศ และยังต้องการให้เทรดดิ้ง เฟิร์ม ช่วยในการผลักดันการส่งออกสินค้าตัวอื่นๆ ด้วย
แม้จะมีการช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการส่งออกแล้ว แต่มีจำนวนน้อยที่ส่งออกได้ จึงจำเป็นต้องมีเทรดดิ้ง เฟิร์ม เข้าไปช่วย ทั้งสินค้าโอท็อปและสินค้าตัวอื่น ๆ ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะส่งเสริมธุรกิจบริการใหม่ๆ เพราะต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน โดยเฉพาะธุรกิจบริการเกี่ยวกับดิจิตอล คอนเทนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวได้สูง เช่น ภาพยนตร์ เกม ไอที ซึ่งกรมฯ จะเข้าไปสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่มีการพัฒนาและสร้างรายได้จากธุรกิจบริการเหล่านี้ให้เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นการพัฒนาจากธุรกิจบริการเดิมๆ ที่กรมฯ ให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็ร้านอาหาร สปา โรงพยาบาล
อย่างไรก็ตาม ในด้านการติดอาวุธให้ผู้ประกอบการไทย กรมจะเน้นการพัฒนาให้สินค้ามีการเพิ่มดีไซน์ เพิ่มนวัตกรรมเข้าไปในสินค้า เพราะขณะนี้สินค้าขายได้ยากขึ้น หากยังเป็นสินค้ารูปแบบเดิมๆ จึงต้องมีการพัฒนาสินค้า ซึ่งกรมฯ จะเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐและเอกชนมาช่วย โดยจะทำเป็นกลุ่มสินค้า โดยล่าสุดได้เข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเซรามิก ลำปาง ทำให้สามารถลดต้นทุน และสามารถผลิตสินค้าแข่งขันกับจีนและเวียดนามได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ ปลายเดือนก.ย. 2556 กรมจะจัดงาน Innovation & Trade Exposition 2013 เพื่อนำสินค้าที่เกิดจากการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ในกลุ่มเกษตร อาหาร สิ่งทอ เครื่องประดับ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ก่อสร้าง และดิจิตอล คอนเทนต์ มาจัดแสดง เพื่อจุดประกายให้กับอุตสาหกรรมของไทยได้มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพราะจะขายสินค้าแบบเดิมๆ เริ่มยาก ต้องมีกลยุทธ์ใหม่ๆต่อสู้







