
หั่นเป้าดัชนี100จุด
โบรกฯดาหน้าลดประมาณกำไรบจ.ปีนี้วัสดุก่อสร้างแกร่งธุรกิจที่เหลือเดี้ยง
โบรกฯดาหน้าลดประมาณกำไรบจ.ปีนี้วัสดุก่อสร้างแกร่งธุรกิจที่เหลือเดี้ยง
โบรกเกอร์ดาหน้าหั่นเป้าหมายดัชนีหุ้นสิ้นปีนี้ หายวับกว่า 100 จุด ลดประมาณการกำไร บจ.
ตลาดหุ้นไทยยังคงปรับฐานลงรุนแรงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค รวมถึงความปั่นป่วนของค่าเงินเอเชีย และสถานการณ์ซีเรียที่ตึงเครียดเข้ามากดดันด้วย หลังจากสหรัฐเตรียมตอบโต้ที่ซีเรียใช้อาวุธชีวภาพ ทำให้ดัชนีหุ้นไทยหลุดแนวรับสำคัญที่ 1,300 จุดไปอย่างง่ายดาย และปิดตลาดวันที่ 27 ส.ค. ที่ระดับ 1,293.97 จุด รูดลง 35.21 จุด หรือ 2.65% มูลค่าการซื้อขายบางตา 37,687.84 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติขายออกไม่มากนัก จำนวน 890 ล้านบาท และขายตราสารหนี้จำนวน 1,070 ล้านบาท เงินบาทอ่อนลงปิดตลาดที่ระดับ 32.17/18 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นที่ปรับฐานลงแรงเป็นผลชัดเจนจากเงินทุนไหลออกอย่างรวดเร็ว เพราะมีปัจจัยลบที่เป็นตัวเร่ง ทั้งเศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่โตต่ำกว่าคาดมาก ทำให้เศรษฐกิจทั้งปีมีโอกาสน้อยมากที่จะเติบโตเกิน 4% แถมตัวเลขส่งออกล่าสุดที่ออกมาหดตัว ขณะที่ผลดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไตรมาส 2 และงวดครึ่งปีที่โตต่ำกว่าคาดการณ์และปัญหาการเมือง
ล่าสุดฝ่ายวิจัยได้ปรับลดอัตราการเติบโตกำไรของตลาดลง 6.72% หลังผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมา จากเดิม 104.7% เหลือ 97.64% กำไรที่ลดลงทำให้ดัชนีเป้าหมายปีนี้ลงมาเหลือ 1,367 จุด หรือที่พี/อี 14 เท่า จากเดิมอยู่ที่ 1,570 จุด ที่พี/อี 15 เท่า
สำหรับอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะถูกปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลงหลักๆ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน มีโอกาสปรับกำไรลงจากเดิม 240,167 แสนล้านบาท เหลือ 221,650 แสนล้านบาท กลุ่มธนาคารพาณิชย์ จากเดิม 212,404 ล้านบาท เหลือ 200,510 ล้านบาท กลุ่มปิโตรเคมี จากเดิม 47,290 ล้านบาท เหลือ 40,540 ล้านบาท กลุ่มไอซีที จากเดิม 79,343 ล้านบาท เหลือ 74,662 ล้านบาท ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังเป็นตัวความหวังในช่วงที่เหลือของปี ได้แก่ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง
“ถือเป็นการปรับลดกำไรลงอย่างชัดเจนครั้งแรก หลังจากผลงานไตรมาส 2 ออกมา ส่วนการขายหุ้นของต่างชาติก็ถือว่าเป็นการขายที่มีกำไร เพราะเม็ดเงินที่เข้ามาตั้งแต่ปี 2552 ถึงเดือน พ.ค. 2556 เม็ดเงินไหลเข้ามากว่า 2 แสนล้านบาท เฉลี่ยต้นทุนดัชนีที่ 1,333 จุด”
ขณะที่บทวิเคราะห์ของ ASP ยังระบุว่า ยังมีโอกาสที่ดัชนีจะลดลงได้อีก และต่างชาติขายแบบไม่มองปัจจัยพื้นฐาน ก็มีโอกาสที่ดัชนีสิ้นปีนี้ลงไปทดสอบที่ 1,207 จุด และ 1,150 จุด ในระยะถัดไป
นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยอยู่ระหว่างลดประมาณการส่งออกไทยปีนี้ลงเหลือ 2.2% จากเดิม 5.2% และลดการนำเข้าจาก 8.6% เหลือ 4.78% หลังตัวเลขส่งออกเดือน ก.ค. ต่ำกว่าตลาดคาด โดยลดลง 1.4% ทำให้ดุลการค้าขาดดุลต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และภาพรวม 7 เดือน การส่งออกเพิ่มขึ้นเพียง 0.6% เท่านั้น
ด้าน บล.ทิสโก้ ได้ปรับลดดัชนีสิ้นปีนี้ลงเหลือ 1,420 จุด จากเดิมมองไว้ที่ 1,550 จุด และมองว่าตลาดหุ้นในช่วง 24 สัปดาห์ข้างหน้ายังผันผวนสูง เพราะความไม่ชัดเจนจากการถอนคิวอี ตัวเลขเศรษฐกิจมีแนวโน้มแผ่วลง และการเมืองไม่นิ่ง
ขณะที่ฝ่ายวิจัย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส กล่าวว่า ประเด็นที่นักลงทุนควรระวังในช่วงสั้น ได้แก่ การอ่อนค่าของเงินในเอเชีย การเติบโตของเศรษฐกิจไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซียชะลอตัวลง จึงมีโอกาสสูงที่จะมีการปรับลดประมาณการเติบโตกำไรสุทธิของ บจ.ลง
“ดีบีเอสฯ ปรับกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย โดยยังให้น้ำหนักมากกว่าตลาดสำหรับตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ส่วนตลาดหุ้นไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง/จีน ให้เท่ากับตลาด ขณะเดียวกันได้ลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นมาเลเซีย อินเดีย เกาหลี และไต้หวัน” บล.ดีบีเอสฯ ระบุ







