
สภาพคล่องทรงตัวตามสินเชื่อแผ่ว
สภาพคล่องก.ค.56 ทรงตัว ... ตามการเติบโตของสินเชื่อที่แผ่วลงเล็กน้อยจากปัจจัยด้านฤดูกาลและการรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจไทย
สภาพคล่องก.ค.56 ทรงตัว ... ตามการเติบโตของสินเชื่อที่แผ่วลงเล็กน้อยจากปัจจัยด้านฤดูกาลและการรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้รวบรวมข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย ที่ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง (เบื้องต้น) ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2556 เทียบกับสิ้นเดือนมิถุนายน 2556 พร้อมประเมินแนวโน้มสภาพคล่องในระยะถัดไป โดยมีรายละเอียด ดังนี้
สภาพคล่องเดือน ก.ค.2556 อยู่ในระดับที่ทรงตัว...ตามการเติบโตของสินเชื่อที่แผ่วลงจากปัจจัยด้านฤดูกาล ส่วนเงินฝากยังเติบโตได้ดี ขณะที่ ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมปรับลดลง
--> ยอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิ ของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทย ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2556 มีจำนวน 9.07 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.98 หมื่นล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 9.04 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2556 (นำโดยการเพิ่มขึ้นของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เป็นหลัก) หรือเติบโตร้อยละ 12.17 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งยังถือเป็นระดับการเติบโตที่ค่อนข้างดี แม้จะชะลอลงจากเดือนมิถุนายน 2556 ที่เติบโตได้ร้อยละ 12.79 ทั้งนี้ การเติบโตที่ชะลอลงของยอดเงินให้สินเชื่อในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คาดว่าได้รับแรงกดดันจากปัจจัยด้านฤดูกาลชำระคืนสินเชื่อของภาคธุรกิจ ผนวกกับความต้องการสินเชื่อของรายย่อยที่ทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น โดยเฉพาะความต้องการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์หลังการส่งมอบรถตามโครงการรถยนต์คันแรกทยอยเสร็จสิ้นลง
--> ด้านยอดเงินฝาก มีจำนวน 9.74 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.98 หมื่นล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 9.68 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2556 ขณะที่ ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (ซึ่งมีตั๋วแลกเงินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ) มีจำนวน 7.72 แสนล้านบาท ลดลง 1.94 หมื่นล้านบาทจากเดือนก่อนหน้า ทำให้เมื่อรวมเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมแล้ว พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 10.52 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.03 หมื่นล้านบาท จากระดับ 10.48 ล้านล้านบาท ในเดือนก่อนหน้าหรือเติบโตราวร้อยละ 10.37 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
--> สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในเดือนกรกฎาคม 2556 อยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินฝากที่ลดทอนการปรับตัวลงของตั๋วแลกเงินแล้ว ยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับการเพิ่มขึ้นของยอดเงินให้สินเชื่อ ดังสะท้อนให้เห็นผ่าน
- อัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (Gross Loans to Deposits and Borrowings) ที่ลดลงเล็กน้อยมาที่ระดับร้อยละ 89.62 เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2556 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 89.68
- ขณะที่ สินทรัพย์สภาพคล่องในงบดุลของธนาคารพาณิชย์ไทยตามความหมายกว้าง ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า โดย ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2556 สภาพคล่องดังกล่าวมีจำนวน 2.63 ล้านล้านบาท ลดลง 7.09 พันล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2556 โดยเป็นผลจากการลดลงขององค์ประกอบสภาพคล่องด้านเงินสดและเงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์ (รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิ) ส่วนเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้นปรับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หากไม่รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิแล้ว สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์จะอยู่ที่ระดับ 2.48 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2556 ลดลงเช่นกันจาก 2.49 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2556
การเติบโตของสินเชื่อยังคงเผชิญกับความท้าทาย...ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย และการรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจของภาคธุรกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงมุมมองว่าการเติบโตของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ไทยในช่วงที่เหลือของปี 2556 จะต้องเผชิญกับหลากหลายปัจจัยท้าทาย ทั้งความต้องการสินเชื่อของกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่เคยเป็นแรงผลักดันหลักของการเติบโตสินเชื่อตลอดทั้งปี 2555 ต่อเนื่องจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2556 (โดยเติบโตกว่า 19.5% ในไตรมาส 2/2556) คงจะขยายตัวได้ในอัตราที่ชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 หลังหมดแรงหนุนจากโครงการรถยนต์คันแรก ผนวกกับภาคครัวเรือนเริ่มให้ความระมัดระวังต่อสถานการณ์หนี้ครัวเรือนมากขึ้น นอกจากนั้น ภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังอยู่ในช่วงปรับฐานเข้าสู่ภาวะปกติ ผนวกกับปัจจัยเสี่ยงต่อการฟื้นตัว อาจมีผลให้ผู้ประกอบการรอตามสถานการณ์ก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่ม ด้วยเหตุดังกล่าวศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงยังคาดว่า อัตราการเติบโตของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศในปี 2556 นี้ คงจะชะลอลงไปจบสิ้นปีที่ระดับร้อยละ 11 (กรอบคาดการณ์ที่ร้อยละ 9 - 12) ซึ่งยังถือเป็นระดับการขยายตัวที่ดี แม้จะชะลอลงจากปี 2555 ที่เติบโตได้ร้อยละ 14.04
ส่วนด้านเงินฝากนั้น เชื่อว่า แม้โมเมนตัมสินเชื่อจะมีแนวโน้มอ่อนแรงลงบ้างตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ดี ด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่มีความไม่แน่นอน รวมถึงความผันผวนของตลาดการเงินไทยและตลาดการเงินโลก คงส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ยังต้องบริหารจัดการเงินฝากด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้สภาพคล่องของธนาคารเติบโตสอดคล้องกับความก้าวหน้าของสินเชื่อ พร้อมๆ กับการรักษาส่วนแบ่งตลาดและฐานลูกค้าไว้กับธนาคาร เพื่อต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ซึ่งในที่สุดแล้วก็น่าจะช่วยหนุนให้สภาพคล่องของธนาคารเพียงพอกับการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2556 ต่อเนื่องไปถึงต้นปี 2557 อย่างไม่เป็นประเด็นที่ต้องกังวล







