
หนุนธุรกิจลงพื้นที่
ปั้นแบรนด์ไทยบุกตลาดภูมิภาคกระตุ้นลดเน้นขายผ่านตัวแทน
ปั้นแบรนด์ไทยบุกตลาดภูมิภาคกระตุ้นลดเน้นขายผ่านตัวแทน
แนะผู้ประกอบการไทยลงพื้นที่ทำตลาด สร้างแบรนด์เจาะตลาดอาเซียน เลิกเน้นขายผ่านตัวแทน
นายปริญญา ชุมรุม ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและวิจัยตราสินค้า มหา วิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าเมื่อเข้าสู่ยุคที่ตลาดอาเซียนมีความสำคัญและเป็นเป้าหมายของของนักลงทุน ผู้ประกอบการไทยควรจะหันมามองเรื่องการทำธุรกิจด้านการค้าและทำตลาดด้วยตัวเองมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการไทยมีความถนัดในแง่ส่งสินค้าไปจำหน่ายผ่านตัวแทนในต่างประเทศ โดยไม่สนใจเข้าไปทำตลาดด้วยตัวเอง ซึ่งคงไม่มีผู้แทนจำหน่ายรายใดที่สนใจจะมาดูแลสินค้าและดูแลแบรนด์สินค้าได้อย่างเต็มที่เหมือนกับผู้ที่เป็นเจ้าของสินค้าเอง
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรจะเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างและผลักดันให้แบรนด์สินค้าจากประเทศไทยไปแข่งขันในตลาดอาเซียน เหมือนกับที่มาเลเซียและสิงคโปร์ดำเนินการมานานแล้ว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยยังมองตัวเองเป็นฐานการผลิตสินค้า เป็นผู้ผลิตสินค้าแบบรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) มากเกินไป โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับตัวมาเป็นผู้ผลิตสินค้าที่เน้นการออกแบบ และสร้างแบรนด์สินค้าออกไปจำหน่ายในภูมิภาคนี้
“ผู้ประกอบการไทยต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ค้า เป็นเจ้าของแบรนด์มากขึ้น ไม่ใช่เป็นผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว เพราะปัจจุบันมีสินค้าแบรนด์อาเซียนของประเทศอื่นๆ ขยายตลาดเข้ามามากขึ้น สินค้าไทยจึงต้องเพิ่มขีดความสามารถเพื่อให้แข่งขันในตลาดได้” นายปริญญา กล่าว
สำหรับปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการไทยออกไปทำตลาดในอาเซียนและประสบความสำเร็จ ได้แก่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องลงพื้นที่เข้าไปดูตลาดจริง แต่ส่วนใหญ่มักมองว่าเป็นการสิ้นเปลือง ขณะเดียวกันการทำธุรกิจจะต้องอดทน เพราะการหาตลาด การเข้าไปเจาะตลาดต้องใช้เวลา และจะต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมของไทยที่มีศักยภาพในการแข่งขัน ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อยู่จำนวนมาก ขณะที่อุตสาหกรรมเกษตรไทยมีความเข้มแข็ง แต่ควรจะพัฒนาด้านการแปรรูปให้ชัดเจน ส่วนอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ ไทยหันมาเน้นการออกแบบมากขึ้นและสร้างแบรนด์เอง นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมก่อสร้างและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยเฉพาะการท่องเที่ยวกลุ่มความงามและสุขภาพ







