
SME มอนิเตอร์
อัมมาน — นายกรัฐมนตรี อับดุลเลาะห์ เอ็นซูร์ ของจอร์แดน แถลงว่า รัฐบาลกรุงอัมมานเตรียมจัดตั้งธนาคารแห่งใหม่ของรัฐ เพื่อเป็นแหล่งปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทั่วประเทศโดยเฉพาะ ทว่าธนาคารแห่งนี้จะไม่ทำธุรกิจเงินฝาก เพราะไม่ต้องการแข่งขันกับบรรดาธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยรัฐบาลอาจนำรูปแบบของธนาคารเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิมมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการเงินให้กับเอสเอ็มอีในภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ รัฐบาลจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในธนาคารดังกล่าว ขณะที่ก่อนหน้านี้ ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เพิ่งปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลนให้จอร์แดน 70 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 210 ล้านบาท) เพื่อมุ่งให้การสนับสนุนภาคเอสเอ็มอีในจอร์แดนโดยเฉพาะ
อัมมาน — นายกรัฐมนตรี อับดุลเลาะห์ เอ็นซูร์ ของจอร์แดน แถลงว่า รัฐบาลกรุงอัมมานเตรียมจัดตั้งธนาคารแห่งใหม่ของรัฐ เพื่อเป็นแหล่งปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทั่วประเทศโดยเฉพาะ ทว่าธนาคารแห่งนี้จะไม่ทำธุรกิจเงินฝาก เพราะไม่ต้องการแข่งขันกับบรรดาธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยรัฐบาลอาจนำรูปแบบของธนาคารเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิมมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการเงินให้กับเอสเอ็มอีในภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ รัฐบาลจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในธนาคารดังกล่าว ขณะที่ก่อนหน้านี้ ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เพิ่งปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลนให้จอร์แดน 70 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 210 ล้านบาท) เพื่อมุ่งให้การสนับสนุนภาคเอสเอ็มอีในจอร์แดนโดยเฉพาะ
มาเก๊า — คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการการเงินมาเก๊า เปิดเผยว่า บรรดาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีปริมาณการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์กันเพิ่มมากขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 นี้ หลังจากที่รัฐบาลและธนาคารพาณิชย์มีการผ่อนปรนกฎเกณฑ์ให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยยอดการขอสินเชื่อของภาคเอสเอ็มอีขยายตัวเป็น 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งหลังของปี 2555 หรือเพิ่มขึ้นถึง 89.3% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งการขอสินเชื่อใหม่ในปีนี้อยู่ในกลุ่มกิจการที่ไม่ใช่ภาคการเงินมากที่สุด 42.7% ตามมาด้วยกิจการในภาคค้าส่งและค้าปลีก 24.3% และธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ 21.2%
มอสโก — เว็บไซต์ข่าวอินดรัสในรัสเซีย รายงานว่า ปัจจุบันรัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้ขยายตัวมากขึ้นในรัสเซีย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายต่างระบุว่า รัสเซียซึ่งมีความได้เปรียบในแง่ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมัน นั้นเหมาะจะเป็นสถานที่ดำเนินธุรกิจเอสเอ็มอีในแง่ของต้นทุนการทำธุรกิจที่ต่ำ ทว่าให้ผลตอบแทนสูง ขณะที่รายงานของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ระบุไว้ว่า ปัจจุบันมีธุรกิจในรัสเซียที่อยู่ในข่ายเอสเอ็มอีราว 500 แห่ง โดยเป็นกิจการที่มีรายได้ต่อปีต่ำกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 30 ล้านบาท) หรือมีการจ้างพนักงานไม่เกิน 15 คน







