posttoday
บีโอไออัดอีโคคาร์ 2 พยุงลงทุนทรุด

บีโอไออัดอีโคคาร์ 2 พยุงลงทุนทรุด

27 สิงหาคม 2556

สถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจถดถอย ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

สถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจถดถอย ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ต้องออกแรงกระตุ้นอย่างหนัก โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เองก็เร่งผลักดันมาตรการต่างๆ ออกมาให้เร็วที่สุด เนื่องจากตัวเลขยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่ออกมาล่าสุด มีสัญญาณชี้ว่าการลงทุนเริ่มชะลอลง

แม้ยอดขอรับการส่งเสริมโดยรวม ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้จะยังเป็นบวก คือ มีทั้งสิ้น 1,192 โครงการ ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วที่ 1,184 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 6.64 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 28.6% แต่ปรากฏว่าในส่วนยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน ที่เป็นเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ 702 โครงการ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 15.3% มูลค่าการลงทุน 2.98 แสนล้านบาท ลดลง 10.3%

ทั้งนี้ มาตรการใหญ่ที่บีโอไอเร่งปล่อยออกมาเพื่อกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนล่าสุด คือ การให้การส่งเสริมการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรืออีโคคาร์ รุ่นที่ 2 ซึ่งคณะอนุกรรมการบีโอไออนุมัติในหลักการไปเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา และเตรียมนำเสนอให้บอร์ดใหญ่ ซึ่งมี “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน อนุมัติในวันที่ 28 ส.ค.นี้

“อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย” เลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่า เศรษฐกิจชะลอลงและหลายหน่วยงานเศรษฐกิจก็ลดประมาณการเศรษฐกิจลง ส่งผลทางจิตวิทยาต่อการใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งก็ส่งผลไปยังการลงทุนโดยตรงที่ผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่านักลงทุนที่ขอรับส่งเสริมฯ ใน 12 ปีก่อนหน้านี้จะยังทยอยลงทุนเนื่องจากตามเกณฑ์บีโอไอจะกำหนดอยู่แล้วจะต้องมีการนำเข้าเครื่องจักรภายใน 2 ปีครึ่งนับแต่ได้รับอนุมัติส่งเสริมฯ และส่วนใหญ่การลงทุนก็จะมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 80% ของยอดส่งเสริมฯ ในภาวะที่การลงทุนมีแนวโน้มชะลอลงนี้ บีโอไอพยายามที่จะออกนโยบายรักษาให้การลงทุนยังต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการออกนโยบายการส่งเสริมการลงทุนอีโคคาร์ระยะที่ 2 และล่าสุดนโยบายที่จะออกมากระตุ้นให้เอสเอ็มอีเกิดการลงทุน ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณา โดยเชื่อว่ายอดขอรับส่งเสริมใหม่ปีนี้จะได้ตามเป้าหมาย 1 ล้านล้านบาท แม้จะชะลอลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่มีการขอรับส่งเสริมฯมากเพื่อฟื้นฟูหลังน้ำท่วม แต่ก็

นอกจากบีโอไอแล้ว ในระดับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมก็คาดหวังว่า อีโคคาร์ รุ่นที่ 2 จะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนให้ต่อเนื่องได้ โดย “ประเสริฐ บุญชัยสุข” รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์ยังมีความสนใจขยายกำลังผลิตรถยนต์ตามอีโคคาร์ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ และมีค่ายรถยนต์และกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากยุโรปแสดงความสนใจจะเข้ามาลงทุนด้วย และเร็วๆ นี้บีโอไอก็จะเดินทางไปชักจูงการลงทุนจากประเทศจีนและในยุโรป

ททำให้มั่นใจว่าปีนี้ยอดคำขอรับส่งเสริมการลงทุนจะมากกว่า 1 ล้านล้านบาท างด้าน “โชคดี แก้วแสง” รองเลขาธิการ บีโอไอ ยอมรับถึง แนวโน้มการลงทุนช่วงครึ่งปีหลังที่อาจชะลอตัวตามทิศทางเศรษฐกิจ แต่ยังมั่นใจในเป้าหมายการขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่ 1 ล้านล้านบาท

โดยมองแม้ว่าปัจจัยการเมือง และเศรษฐกิจครึ่งปีหลังโดยเฉพาะค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง จะกระทบกับการลงทุนในระยะสั้น แต่สำหรับการตัดสินใจการลงทุนในระยะยาวมองไปข้างหน้า 2-3 ปีซึ่งไทยยังคงมีศักยภาพโดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) และเชื่อว่า นโยบายอีโคคาร์ รุ่นที่ 2 จะกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนได้พอสมควร โดยกล่าวว่า เท่าที่ประเมินตอนนี้ ผู้สนใจยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน อีโคคาร์ รุ่นที่ 2 มีทั้งรายเดิมทั้ง 5 รายและรายใหม่ เพราะภายใต้เงื่อนไขการให้การส่งเสริมการลงทุน รุ่นที่ 2 ที่เข้มงวดขึ้น เช่น ใช้มาตรฐานเครื่องยนต์ยูโร 5 สูงขึ้นจากรุ่นที่ 1 ที่กำหนดมาตรฐานยูโร 4 ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต้องไม่เกิน 100 กรัม ต่อ กม. จากเดิมไม่เกิน 120 กรัมต่อ กม. มูลค่าการลงทุนรวมไม่น้อยกว่า 6,500 ล้านบาท สูงกว่ารุ่นที่ 1 ที่ 5,000 ล้านบาท และยกเว้นภาษีเงินได้ลดลง เหลือนิติบุคคล 6 ปี และหากมีการลงทุนพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วน ไทยจะได้รับการยกเว้นเพิ่มขึ้นเป็น 78 ปีขึ้นอยู่กับจำนวนเงินลงทุน และโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่รถยนต์อีโคคาร์จะเก็บภาษีสรรพสามิตอยู่ 12-14% ซึ่งจะเริ่มใช้วันที่ 1 ม.ค. 2559 เทียบกับปัจจุบัน 17% ก็ถือว่าจูงใจ

รองเลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่า เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนแล้ว ถือว่าไทยมีความพร้อมรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์มาก และแม้ขณะนี้จะมีบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย เริ่มรุกให้การส่งเสริมในอุตสาหกรรมนี้ แต่เชื่อว่าจะเป็นการเสริมกันมากกว่า โดยเพราะไม่มีประเทศไหนที่สามารถผลิตรถยนต์ได้ทุกโมเดลหรือทุกเทคโนโลยี ซึ่งในส่วนของไทยจะให้ความสำคัญกับรถยนต์ประหยัดพลังงานมากขึ้น และการมีอีโคคาร์ 2 ก็เชื่อว่าจะทำให้ไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์ได้ปีละ 3 ล้านคันภายในปี 2560 ได้ตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ ในระยะแรกคาดว่าผู้ประกอบการรายเดิม จะขยายกำลังการผลิตภายใต้อีโคคาร์รุ่นที่ 1 หรือขยายไปสู่อีโคคาร์ รุ่นที่ 2 โดยลงใหม่เฉพาะการพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่แต่เหล่านี้ก็จะได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เฉพาะช่วงที่เหลือของที่ได้รับการส่งเสริมในรุ่นที่ 1 ส่วนการลงทุนใหม่ทั้งหมดคาดว่าจะเป็นรายใหม่ประมาณ 3ราย ซึ่งทั้งหมดนี้คาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนในช่วง 2-3 ปีหลังการขอรับการส่งเสริมฯ ที่จะปิดรับในเดือนมี.ค. 2557 ของค่ายรถยนต์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องไม่น้อยกว่ารุ่นแรกที่มีการลงทุนประมาณ 5 หมื่นล้านบาท

“เราคาดว่านโยบายที่กำลังจะออกมานี้จะทำให้คนที่ยังไม่ตัดสินใจรีบตัดสินใจลงทุนเพื่อสร้างความได้เปรียบ โดยเฉพาะหลังการรวมตัวของอาเซียนแล้วตลาดที่จะซื้อรถยนต์ใหญ่ขึ้น และมาตรการส่งเสริมรอบนี้ก็จูงใจมากขึ้น” โชคดี กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี