
ออนิกซ์ฯลุยตลาดออนไลน์รับนักท่องเที่ยวไฮเทค
แทบทุกขั้นตอนก่อนเที่ยวล้วนทำผ่านออนไลน์ทั้งสิ้น ใครไม่เข้ามาหานักท่องเที่ยวในช่องทางนี้มีสิทธิเสียฐานลูกค้าดีๆ ให้คนที่ไวกว่าได้ในระยะยาว
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
กระแสทำตลาดบนโลกออนไลน์มาแรงมาก ไม่ว่าธุรกิจไหนก็มุ่งมาทางนี้ ยิ่งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเป็นเหมือนอวัยวะอีกส่วนของคนยุคไฮเทค ที่ค้นหาทุกเรื่องในชีวิตทางนี้
เจตัน ปาเตล รองประธานฝ่ายกลยุทธ์การตลาดและอีคอมเมิร์ซ บริษัท ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ผู้บริหารโรงแรมอมารี ซัฟฟรอน ชามา และโอโซ่ เปิดเผยว่า ออนิกซ์ฯ ได้ทำงานร่วมกับกูเกิลเข้าไปใช้ช่องทางการตลาดออนไลน์ใหม่ๆ ของกูเกิล เพื่อให้โรงแรมในเครือเป็นเจ้าแรกๆ ที่เข้าถึงลูกค้าในช่องทางออนไลน์ใหม่ๆ รวมทั้งใช้ผลวิจัยของกูเกิลมาวางแผนตลาด
จากผลการสำรวจของกูเกิล พบว่ากว่าที่คนจะท่องเที่ยว จะดำเนินการ 7 ขั้นตอน ซึ่งล้วนทำผ่านอินเทอร์เน็ต คือ 1.ไปกับใคร 2.ไปทำอะไรดี 3.คาดหวังอะไรจากการไปครั้งนี้ 4.คนอื่นพูดกันว่าอย่างไร โดยค้นหาสิ่งที่คนอื่นพูดแล้วเข้าไปอ่าน 5.อะไรคือราคาที่ดีที่สุด 6.ควรจองกับใครดี และ 7.จะเลือกอะไรสำหรับครั้งต่อไป
ทั้งนี้ กว่าที่จะดำเนินการครบ 7 ขั้นตอน จะใช้เวลาเปิดเว็บไซต์ค้นหาไม่ต่ำกว่า 28 ครั้ง ระหว่างค้นหา ออนิกซ์ฯ ต้องแทรกซึมเข้าไปทำการตลาดทุกช่วง ซึ่งออนิกซ์ฯ ตั้งเป้าดึงลูกค้าให้เลือกจองผ่านเว็บไซต์โรงแรมในเครือมากที่สุด แทนจองผ่านตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวออนไลน์ (โอทีเอ) โดยเสนอราคาห้องพักเท่าโอทีเอ พร้อมการันตีราคา หากพบว่าจองเว็บไซต์อื่นได้ถูกกว่า ก็ขอเคลมรับส่วนลด หรือยกระดับห้องพักให้ดีขึ้นได้
นอกจากนี้จะเสนอขายห้องพักพร้อมบริการทางเลือกราคาพิเศษที่หาไม่ได้หากจองผ่านโอทีเอ เช่น แพ็กเกจเพิ่มเติมอาหารมื้อค่ำ บริการสปาราคาพิเศษ ขณะที่ขั้นตอนเลือกครั้งต่อไปจะเน้นสร้างความผูกพัน สร้างความภักดีกับแบรนด์ ให้ลูกค้ากลับมาจองกับเครือโรงแรมอีก
ในส่วนของการทำตลาดขั้นตอนอื่น เช่น ลงโฆษณาในเว็บไซต์ที่คนเข้าไปค้นหาข้อมูลบ่อยครั้งติดตั้งโปรแกรมตรวจจับสิ่งที่คนกำลังพูดถึงโรงแรมในโลกออนไลน์ และล่าสุดคือ ใช้บริการนำรูปภาพแสดงบนหน้าเว็บไซต์แรกของกูเกิล ซึ่งเริ่มมา 2 เดือนแล้วถือเป็นเครือโรงแรมแรกๆ ที่ทำ
ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างร่วมกับกูเกิลทดลองบริการใหม่ กูเกิล โฮเทล ไพรซ์ แอด ที่ให้บริการเปรียบเทียบราคาห้องพักที่ดีที่สุดในแต่ละวันผ่านกูเกิล เพื่อลดขั้นตอนของผู้ค้นหาข้อมูลผ่านกูเกิล ไม่ต้องไปตามหาข้อมูลราคาเปรียบเทียบในเว็บไซต์ แต่ค้นหาและตัดสินใจทุกอย่างเบ็ดเสร็จในกูเกิลที่เดียว เริ่มใช้แล้วที่สหรัฐอเมริกา รวมทั้งเน้นพัฒนาเว็บไซต์โรงแรมในเครือตลอดเวลา และปรับครั้งใหญ่ทุก 2 ปี ซึ่งแนวโน้มล่าสุดที่มาแรงคือ ปรับปรุงเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับการเปิดดูผ่านอุปกรณ์ทุกรูปแบบ
ทั้งนี้ ม.ค.-ก.ค.ที่ผ่านมา ออนิกซ์ฯ มีสัดส่วนรายได้การจองห้องพักมาจากออนไลน์ 38% คาดว่าเพิ่มเป็น 40% สิ้นปีนี้ โดยยอดจองออนไลน์มาจากเว็บไซต์|ตัวแทนจำหน่ายภาคธุรกิจกับธุรกิจ (บีทูบี) 8% เว็บไซต์เครือโรงแรมเอง 37% และโอทีเอ 55% บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนขายผ่านเว็บไซต์เครือโรงแรมเป็น 50-60% ใน 2 ปีข้างหน้า
ในแต่ละปี ออนิกซ์ฯ ลงทุนทำตลาดออนไลน์เพิ่ม 15-20% ขณะที่รายได้จากออนไลน์เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 40% ทุกปี ปีนี้น่าจะเพิ่ม 47% จากปีก่อนที่มียอดจองออนไลน์ 1,200 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโอทีเอจะยังทรงอิทธิพลและขยายตัวต่อไป เพราะในไทยยังมีโรงแรมขนาดเล็กอีกมาก ที่เจ้าของโรงแรมไม่มีงบทำการตลาดมากพอก็ยังพึ่งโอทีเอเป็นหลัก
เรียกว่าแทบทุกขั้นตอนก่อนเที่ยวล้วนทำผ่านออนไลน์ทั้งสิ้น ใครไม่เข้ามาหานักท่องเที่ยวในช่องทางนี้มีสิทธิเสียฐานลูกค้าดีๆ ให้คนที่ไวกว่าได้ในระยะยาว







