posttoday
เด็กไทยยุคประชาคม4มุมคิดหลากหลายความคาดหวัง

เด็กไทยยุคประชาคม4มุมคิดหลากหลายความคาดหวัง

26 สิงหาคม 2556

“เด็กไทยในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า” เป็นคำกล่าวที่เรามักได้ยินติดหูอยู่เสมอ ในฐานะที่เด็กไทยคือกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“เด็กไทยในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า” เป็นคำกล่าวที่เรามักได้ยินติดหูอยู่เสมอ ในฐานะที่เด็กไทยคือกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ และจะต้องเป็นกำลังหลักในการร่วมสานพลังพัฒนาอาเซียนด้วย สมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติประจำปี 2556 จึงได้จัดงานเสวนา “สานพลังคนรุ่นใหม่...สู่อาเซียน” โดยมีตัวแทนจากหลายฝ่ายร่วมเป็นวิทยากร

จุไรรัตน์ แสงบุญนำ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดประเด็นว่า ความคาดหวังของกระทรวงในการพัฒนาเด็กไทยสู่ประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 5 แนวคิดหลัก ได้แก่ 1.เป็นเลิศวิชาการ 2.สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา 3.ล้ำหน้าความคิด 4.ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ และ 5.ร่วมรับผิดชอบต่อโลก

นอกจากนี้ กระทรวงยังต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ทำอย่างไรให้เด็กไทยมีคุณภาพ ประเด็นหลักที่กระทรวงพยายามทำอย่างต่อเนื่อง คือพยายามผลักดันให้เด็กไทยหันมาเรียนสายอาชีพมากขึ้น จากสัดส่วนผู้เรียนสายสามัญ 66% ผู้เรียนสายอาชีพ 34% เป็นครึ่งต่อครึ่ง

เช่นเดียวกับการปลูกฝังให้เด็กหันมาเรียนสายวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพื่อผลักดันด้านวิจัยและพัฒนาให้ประเทศ จากปัจจุบันมีเด็กเรียนสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์กว่า 60% และสายวิทยาศาสตร์ 30%

สำหรับส่วนตัวต้องการให้เด็กไทยเตรียมพร้อมสู่อาเซียนเพิ่มเติมอีก 5 ประเด็น 1.ศึกษาข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเพื่อนบ้านให้มากขึ้น 2.ฝึกฝนภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง 3.ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของต่างประเทศโดยเฉพาะอาเซียนอยู่ตลอดเวลา 4.มีทักษะการดำรงตนอย่างมีคุณภาพ และ 5.ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน และรับผิดชอบ

วันชัย บุญประชา กรรมการเลขานุการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว วิเคราะห์ว่า อนาคตของการพัฒนาเด็กไทยสู่อาเซียนต้องแบ่งกลุ่มเด็กออกให้ชัดเจน และวาดภาพเยาวชนไทยในอีก 510 ปีข้างหน้าให้ออก เพื่อจะได้ทราบว่าจะพัฒนาแต่ละกลุ่มอย่างไร เช่น กลุ่มเด็กเก่งที่พร้อมจะเป็นผู้นำอยู่แล้ว กลุ่มนี้อาจไม่ต้องเป็นห่วงมาก ขณะที่บางกลุ่มไม่คิดจะเติบโต กลายเป็นผู้ตามตลอด อาจต้องพัฒนามากเป็นพิเศษ

“นอกจากนี้ เยาวชนไทยเราเก่งกิจกรรม แต่ทักษะบริหารจัดการและทักษะผู้นำยังไม่ดี กลายเป็นว่าแย่งกันนำ และบางกิจกรรมที่ทำไม่ได้สร้างสรรค์ มุ่งเน้นช่วยเหลือสังคม ก็ต้องแก้ไขและพัฒนาส่วนนี้มากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม สภาพสังคมทุนนิยม สังคมอุตสาหกรรม ทำให้เรามองเพียงแต่เรื่องพัฒนาเด็กเพื่อความเป็นเลิศและการแข่งขันอยู่ตลอด แต่สำหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อยากให้มองการพัฒนาเด็กในแง่ “สานพลัง” ร่วมกันมากกว่าเพื่อเปรียบเทียบกัน

ขณะที่ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย มองว่า จะสร้างอนาคตให้เด็ก ต้องเริ่มต้นที่ผู้ใหญ่ คำถามสำคัญที่ต้องกลับมามองคือผู้ใหญ่กำลังส่งต่อสังคมแบบไหนให้กับเด็ก

“ผู้ใหญ่ในสังคมไทยส่วนหนึ่งพูดอย่าง แต่ปฏิบัติอีกอย่าง เด็กไม่ได้ทำตามที่ผู้ใหญ่พูด แต่ทำตามที่ผู้ใหญ่ปฏิบัติ”

การพัฒนาเด็กไทยสู่สังคมอาเซียนในอนาคต จึงต้องช่วยกันพัฒนาสังคมของเด็กยุคใหม่ให้เป็นสังคม “อุดมปัญญา” มากกว่า “อุดมปริญญา” เพราะการมีความรู้จากใบปริญญามากๆ ไม่มีประโยชน์ หากสุดท้ายมีความรู้แล้วเป็นคนคดโกง ใช้ความรู้เพื่อการทุจริต

ด้าน จรูญศักดิ์ หนูศรีแก้ว อดีตประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มีประมาณ 7 ประเด็นที่ต้องการให้แต่ละฝ่ายร่วมกันทำเพื่อสานพลังเด็กไทยสู่อาเซียน 1.การจัดทำแผนในการพัฒนา ปัจจุบันไทยมีแผนระดับชาติในการพัฒนาเด็กและเยาวชน แต่ในระดับท้องถิ่นและชุมชนยังไม่มี ต้องวางแนวทางให้ชัด ไม่ใช่คิดและพูดว่าจะทำเพียงลมปาก

2.การพัฒนาทักษะภาษาพม่า เปรียบเทียบเล่นๆ ว่า ปัจจุบันครอบครัวหนึ่งมีกัน 4 คน แต่มีลูกน้องราว 10 คนที่เป็นคนพม่าทั้งหมด ดังนั้น เด็กไทยยุคใหม่จึงควรฝึกภาษาพม่าเพื่อใช้สื่อสารไว้ด้วย

3.การแก้ไขปัญหายาเสพติด 4.การพัฒนาทักษะอาชีพ 5.การเรียนไปตามเป้าหมายที่เราต้องการจะเดิน ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นกำหนด 6.การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี

“เด็กไม่ใช่แค่อนาคตของชาติ แต่ยังเป็นปัจจุบันของชาติด้วย จึงต้องพร้อมสานพลังสู่อาเซียนตั้งแต่ขณะนี้”

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ