posttoday
อุตฯ ดิ้นลดการผลิตรับมือกำลังซื้อถดถอย

อุตฯ ดิ้นลดการผลิตรับมือกำลังซื้อถดถอย

26 สิงหาคม 2556

การปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) เหลือ 3.8-4.3% จากเดิม 4.2-5.2% ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

การปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) เหลือ 3.8-4.3% จากเดิม 4.2-5.2% ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกอบกับเศรษฐกิจส่งสัญญาณถดถอย ส่งผลให้ภาคเอกชนต้องเร่งปรับตัว

“วัลลภ วิตนากร” รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจเปลี่ยนไปจากสถานการณ์ต้นปี 2556 มาก โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศที่ชะลอลง ทำให้ภาคการผลิตต้องปรับกำลังการผลิตให้สอดรับกับการบริโภคและยอดขายที่ลดลง ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมโดยรวมใช้กำลังการผลิตเพียง 62% ของกำลังผลิตรวม

ขณะที่ตลาดต่างประเทศก็ไม่ดี ผู้ส่งออกยังต้องจับตาสหรัฐว่าจะฟื้นตัวจริงเพียงใด หากฟื้นจริงจะช่วยให้กำลังซื้อจากต่างประเทศดีขึ้น ส่งผลดีต่อการส่งออกไทย ชดเชยการส่งออกไปประเทศเศรษฐกิจหลักอื่นๆ ที่ไม่ดีนัก ทั้งยุโรปที่อีกหลายประเทศยังไม่ฟื้นตัว ส่วนญี่ปุ่นยังต้องติดตามว่าจะมีการประกาศขึ้นภาษีจนกระทบกำลังซื้ออีกหรือไม่ และจีนที่อยู่ระหว่างปรับนโยบายเศรษฐกิจทำให้คงไม่เห็นการเติบโตมากนัก

“ตอนนี้ทั้งตัวเลขยอดขายในประเทศและการส่งออกปรับตัวลดลง เช่น ยอดผลิตรถหลังหมดนโยบายรถคันแรกแล้ว ก็พบว่ามีรถค้างสต๊อกอยู่พอสมควรทำให้ผู้ผลิตต้องหันไปเน้นการส่งออกให้ได้มากขึ้น” วัลลภ กล่าว

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่แบ่งเป็น 4 กลุ่ม 20 มาตรการนั้น เอกชนเห็นว่าไม่น่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้ได้ เพราะเป็นมาตรการที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะยาวทั้งสิ้น

จากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับ ทั้งการปรับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนทุกด้าน โดยเฉพาะต้นทุนโลจิสติกส์ในการผลิต ซึ่งผู้ผลิตรายใหญ่ดำเนินการไปมากพอสมควร แต่เอสเอ็มอีอาจจะยังปรับตัวค่อนข้างน้อย

“ตอนนี้ถึงเวลาที่เราต้องปรับตัวอย่างแรง นิ่งไม่ได้เพราะธุรกิจถูกกดดันจากทุกด้านทั้งต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่สูงขึ้น ต้องเพิ่มประสิทธิภาพทั้งกระบวนการผลิตให้ได้” วัลลภ กล่าว

ด้าน อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณถดถอย ทำให้ผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัวรับมือ โดยเฉพาะพยายามลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด นอกจากนี้สิ่งที่จะทำได้ง่ายก็คือการส่งเสริมการค้าชายแดน ด้วยการลดอุปสรรคของด่านชายแดน เพราะเท่าที่พบบางด่านการจราจรหนาแน่นมากและการเข้าคิวทำเอกสารรอนานมาก ขณะที่แต่ละปีมีมูลค่าการค้าชายแดนประมาณ 9 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ถือเป็นช่องทางในการเพิ่มมูลค่าการค้าขายของประเทศได้มาก

ถึงกระนั้น ภาครัฐต้องเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายงบประมาณให้มากกว่านี้ เพราะหากล่าช้าจะไม่มีเม็ดเงินมาช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ส่วนปัญหาค่าครองชีพของประชาชนที่เพิ่มขึ้นทั้งราคาแอลพีจีหรือค่าเอฟที กระทบกับประชาชนแน่นอน แต่เป็นเรื่องที่ภาครัฐได้ตัดสินใจไปแล้ว ประกอบกับกรณีของแอลพีจีก็มีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยมารองรับแล้ว

อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่าไตรมาส 4 ปีนี้ เศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้นบ้าง จากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มคงที่ ขณะที่จีนเริ่มลดการถดถอย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท