posttoday
"ซีออยล์"ลุยไฟ

"ซีออยล์"ลุยไฟ

26 สิงหาคม 2556

บริษัท ซีออยล์ หรือ SEAOIL ภายใต้การนำของ “นีรชา ปานบุญห้อม” กรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียกชำระหุ้นเพิ่มทุนจาก 110 ล้านบาท เป็น 180 ล้านบาท เสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 70 ล้านหุ้น ในวันที่ 26 29 ส.ค. 2556 ในราคาหุ้นละ 3.45 บาท จากมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ก่อนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 5 ก.ย.นี้

บริษัท ซีออยล์ หรือ SEAOIL ภายใต้การนำของ “นีรชา ปานบุญห้อม” กรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียกชำระหุ้นเพิ่มทุนจาก 110 ล้านบาท เป็น 180 ล้านบาท เสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 70 ล้านหุ้น ในวันที่ 26 29 ส.ค. 2556 ในราคาหุ้นละ 3.45 บาท จากมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ก่อนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 5 ก.ย.นี้

จังหวะที่บริษัทนี้เปิดขายหุ้นไอพีโอและนำบริษัทเข้าซื้อขายใน mai เกิดขึ้นภายหลังดัชนีหุ้นทรุดตัวลงอย่างหนักตามกระแสเงินทุนไหลออก โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันไหลออกไปแล้ว 1.1 แสนล้านบาท และนักวิเคราะห์ยังเชื่อว่าการไหลออกยังไม่สิ้นสุด จากวิกฤตเลห์แมนบราเธอร์สปี 2551 ที่มีเงินไหลออกสูงถึง 1.6 แสนล้านบาท

พื้นฐานที่แข็งแกร่งของหุ้นนี้จะฝ่ามรสุมสถานการณ์เงินทุนไหลออกได้หรือไม่

SEAOIL ได้กระจายหุ้น จำนวน 7.7 หุ้น ให้แก่กรรมการและผู้บริหารของบริษัทและบริษัทในกลุ่มของบริษัทแม่อีก 22.3 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่ผู้มีอุปการคุณของบริษัท และส่วนที่เหลือเสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ โดยหุ้นทั้งหมดเสนอขายที่ราคาเดียวกัน คือ ราคาไอพีโอ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย และมี บล.โนมูระ พัฒนสิน และ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ในฐานะผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

พัชพร สรรคบุรานุรักษ์ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การระดมทุนในครั้งนี้คาดว่าจะได้เม็ดเงินประมาณ 241.50 ล้านบาท

เม็ดเงินที่ได้จากการขายหุ้นไอพีโอจะนำมาใช้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และรองรับการขยายตัวทางธุรกิจในอนาคตเป็นหลัก ซึ่งมีแผนที่จะขยายขอบเขตการให้บริการกว้างออกไปให้ครอบคลุมน่านน้ำทั้งในและนอกประเทศที่ใกล้เคียง

ราคาหุ้น SEAOIL ที่ 3.45 บาท ให้ส่วนลดสูงกว่า 44% โดยคิดจากกำไรสุทธิต่อหุ้น 4 ไตรมาสที่ผ่านมา 0.44 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) เพียง 7.93 เท่า เปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนในหมวดอุตสาหกรรมพลังงานที่มีธุรกิจจัดจำหน่ายซัสโก้ (SUSCO) และบริษัทบริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) ซึ่งซื้อขายที่ พีอี เฉลี่ยประมาณ 14.06 เท่า

นักวิเคราะห์ในตลาดให้ราคาเป้าหมายหุ้นนี้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าที่หุ้นละ 4.84-4.90 บาท

นักวิเคราะห์ที่ให้ราคาต่ำสุดมีมุมมองว่า หุ้นนี้มีอัตราเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ยปี 2556-2558 ที่ 16.31% จากการรุกตลาดธุรกิจจำหน่ายเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นทางทะเลเป็นหลักและโอกาสการขยายฐานลูกค้าใหม่ไปยังฝั่งทะเลอันดามันในพม่าเพิ่มเติมจากฐานลูกค้าที่อยู่ในฝั่งอ่าวไทย

นักวิเคราะห์ที่ให้ราคาสูงสุดคาดว่ารายได้ของบริษัทปีนี้เพิ่มขึ้น 17% เพิ่มขึ้นจากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเลที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรของการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเลปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2555 เนื่องจากบริษัทขายน้ำมันเชื้อเพลิงนอกประเทศสำหรับใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของเรือบริวารแท่นขุดเจาะ ซึ่งทำให้คาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

“นีรชา” กล่าวว่า ผลประกอบการที่ผ่านมาเติบโตโดดเด่นโดยมีกำไรเติบโตกว่า 50 %ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้กำไรเติบโตต่อเนื่องกว่า 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นกัน

เมื่อสิ้นไตรมาส 2 ปี 2556 อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) ของบริษัทสูงถึง 40.51%

ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรก ปี 2556 บริษัทมีรายได้ 1,322.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.21% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันเมื่อปีก่อน และมีกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกของปี 2556 อยู่ที่ 41.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.13%

บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นสุดไตรมาส 2 ปี 2556 บริษัทมี ดี/อี อยู่ที่ 1.00 เท่า ลดลงจาก 1.57 เท่า ในปี 2553

บริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นทางทะเลคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 91% ของรายได้ทั้งหมด รองลงมาเป็นรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นทางบก และธุรกิจ Supply Management 7% และ 2% ตามลำดับ

นอกจากนี้ ยังสามารถแบ่งได้ออกเป็นรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันเบนซิน และน้ำมันหล่อลื่น คิดเป็นสัดส่วนในปัจจุบันประมาณ 46%, 28%, 25% และ 1% ตามลำดับอีกด้วย

นอกจากการจัดจำหน่ายน้ำมันภายในประเทศแล้ว บริษัทยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของการจัดจำหน่ายน้ำมันในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการจำหน่ายน้ำมันให้กับเรือของลูกค้าที่มีความต้องการน้ำมันระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการจัดจำหน่ายน้ำมันให้กับผู้ค้าน้ำมันที่นำน้ำมันไปจำหน่ายต่อในต่างประเทศ โดยบริษัทจะจัดหาน้ำมันในต่างประเทศเพื่อจัดส่งให้กับลูกค้าที่อยู่ในต่างประเทศเช่นกัน

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีการจัดจำหน่ายน้ำมันให้กับผู้ค้าน้ำมันที่นำน้ำมันไปจำหน่ายต่อยังประเทศกัมพูชา และมีแผนที่จะขยายตลาดการจำหน่ายน้ำมันประเภทนี้ไปยังผู้ค้าน้ำมันที่จะนำน้ำมันไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้านของไทยเพิ่มเติมอีกในอนาคต

SEAOIL มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง

บริษัทเป็นคู่ค้าของผู้ประกอบการที่ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ โดยบริษัทจะรับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายย่อยหลายๆ ราย ทำให้ปริมาณการสั่งซื้อของบริษัทกับผู้ผลิตน้ำมันจึงมีปริมาณสูง ทำให้สามารถจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ในราคาที่ต่ำและสามารถดึงดูดผู้ต้องการใช้น้ำมันได้ ประกอบกับการให้ความสำคัญต่อการให้บริการที่ซื่อสัตย์ น่าเชื่อถือ ถูกต้อง และตรงต่อเวลา และมีมาตรการควบคุมคุณภาพสินค้าที่รัดกุม ทำให้สามารถแข่งขันได้กับผู้จัดจำหน่ายน้ำมันที่เป็นผู้ประกอบการ ที่ไม่ได้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆ ได้มีกำไรแน่นอนในทุกลิตรที่ขาย เนื่องจากราคาที่ขายให้แก่ลูกค้า กำหนดจากการบวกกำไรส่วนเพิ่มจากราคาต้นทุน โดยจะรับคำสั่งจากลูกค้าและติดต่อไปยังบริษัทน้ำมันเพื่อสอบถามราคาขายจากหน้าโรงกลั่นในเวลาขณะนั้น หลังจากทราบราคาขายหน้าโรงกลั่น บริษัทจะบวกกำไรส่วนเพิ่มเข้าไปตามความเหมาะสม และเสนอต่อลูกค้าที่สั่งซื้อเข้ามาทันที หลังจากตกลงราคากันเป็นที่แน่นอนแล้ว บริษัทถึงจะสั่งซื้อน้ำมันจากบริษัทน้ำมันดังกล่าว ทำให้บริษัทได้กำไรขั้นต้นที่แน่นอนในทุกสิตรที่ขาย

นอกจากนี้ ยังช่วยให้บริษัทไม่มีการเก็บสำรองน้ำมัน จึงไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันอีกด้วย

ทั้งนี้ ในตลาดผู้จัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นให้กับเรือเดินทะเล มีผู้ประกอบการ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

กลุ่มแรก กลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่ได้เป็นผู้ผลิตน้ำมัน เช่น บริษัท แมกซ์ เอ็นเนอยี (1998) บริษัท เวิลด์ บังเกอร์ บริษัท มารีนออยล์อินเตอร์เนชันแนล บริษัท นาวี อินเตอร์เทรด เป็นต้น

กลุ่มที่สอง กลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตน้ำมัน เช่น บริษัท ปตท. บริษัท เชฟรอน (ไทย) บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย บริษัท บางจากปิโตรเลียม บริษัท ไออาร์พีซี เป็นต้น

สำหรับธุรกิจให้บริการ Catering and Service แก่เรือพักอาศัย แท่นขุดเจาะน้ำมั นและก๊าซ รวมถึงแท่นพักอาศัย มีจำนวนผู้ประกอบการอยู่เพียง 4 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ ได้แก่ Compass Group, Seadue Catering, Sodexco (Amarit) และหัสดิน ซึ่งในการเสนอราคาผู้จ้างงานจะพิจารณาจากราคาในการให้บริการ ประวัติการทำงานที่ดี และฐานะการเงินมั่นคงในอุตสาหกรรม มีเรือพักอาศัยจำนวน 2 ลำ และแท่นที่พักอาศัยและแท่นสำรวจขุดเจาะที่มีการให้บริการ Catering Service จำนวน 29 แท่น รวมทั้งหมดเป็น 31 แห่ง

SEAOIL ได้ให้บริการ Catering and Service ที่เรือพักอาศัยอยู่ 1 ลำในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังได้รับอนุมัติจาก ปตท.สผ. สำหรับการเป็นผู้ให้บริการในธุรกิจ Catering and Service ตามพื้นที่ที่กำหนด (Vendor list) จึงทำให้บริษัทสามารถเข้าร่วมประมูลเองได้ในอนาคตหากนทลิน (บริษัทแม่) ไม่เข้าร่วมประมูล

ด้านธุรกิจ General Supply ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาจากความสัมพันธ์ที่ดีเป็นสำคัญ

ความเสี่ยงหลักในการลงทุนหุ้น SEAOIL ได้แก่

ประการแรก ปัจจัยมหภาค ได้แก่ ความผันผวนของราคาน้ำมัน ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ประการที่สอง ความเสี่ยงจากการเรียกเก็บเงินจากลูกค้า หรือได้รับชำระหนี้ล่าช้าพึ่งพิงบริษัทแม่

การแข่งขันและการเข้ามาทำธุรกิจได้ง่ายของผู้ประกอบการรายใหม่ การพึ่งพาผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ การพึ่งพิงบุคลากรที่มีประสบการณ์เฉพาะด้านของบริษัท การทำสัญญากับผู้ประกอบการขนส่งน้อยรายในการขนส่งน้ำมันในแต่ละช่องทางการพึ่งพิงผู้รับช่วงให้บริการ Catering & Service ผลกระทบจากการถูกจัดอยู่ในกลุ่มบริษัทผู้ค้าน้ำมันตาม มาตรา 7

ประการที่สาม การบริหารจัดการ ได้แก่ การที่บริษัท นทลิน มีสัดส่วนการถือหุ้นใน SEAOIL มากกว่า 50%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี